กายเป็นอสูรตัวน้อยเช่นกัน และคอยเดินตามพวกเขาอยู่ห่างๆ
เจ้ากลืนเมฆาเห็นอย่างนั้น มันก็เดินไปหาอสูรตัวเมีย ก่อนตวาดเสียงต่ำว่า “เจ้าอยากตายหรือถึงยังอยู่ที่นี่? ยังไม่รีบไปจากที่นี่อีก?”
ครั้นเห็นเจ้ากลืนเมฆาเดินมาพูดกับมัน เจ้าอสูรตัวเมียก็รู้สึกดีใจมาก “เจ้ามาจากไหนรึ? เจ้าเป็นสัตว์เทวะขั้นสุดยอดได้อย่างไร?”
เจ้ากลืนเมฆาตอบด้วยสีหน้าชิงชัง “เกี่ยวอันใดกับเจ้า!”
“มันเป็นสัตว์พันธสัญญาคู่ชีวิตของข้า ยากนักที่จะได้เห็นอสูรตัวเมียสายพันธุ์เดียวกับเจ้านี่ เจ้าสนใจจะเป็นคู่ของมันหรือไม่” เฟิ่งจิ่วยิ้มถามอสูรตัวเมีย
อสูรตัวเมียดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที อสูรตัวผู้ตัวนี้ท่าทางองอาจน่าเกรงขามยิ่งนัก ดูไม่ธรรมดา มันต้องใจตั้งแต่แวบแรกที่เห็นแล้ว จึงรีบตอบว่า “ข้าสนใจ!”
เฟิ่งจิ่วมองเจ้ากลืนเมฆาแวบหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มกว้างเต็มใบหน้า ราวกับกำลังบอกว่า ‘เห็นไหมเล่า! อสูรตัวเมียตัวนี้ต้องใจเจ้าแล้ว’
“อย่างนั้นเจ้าก็ติดตามข้าแล้วกัน! เจ้าแปลงกายให้เล็กลงหน่อย ติดตามข้าอยู่ข้างๆ เจ้ากลืนเมฆา” เฟิ่งจิ่วยิ้มบอก นางจงใจสร้างโอกาสให้สัตว์อสูรทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน
อสูรตัวเมียไร้ข้อกังขา มันรีบแปลงกายให้มีขนาดตัวเท่าเจ้ากล