อีกฝ่ายก็คือนาง ยิ่งไม่รู้ว่านางเป็นอาจา ารย์ของอาจารย์พวกเขา เป็นบรรพจารย์ของตระกูลมู่ ตอนนี้รู้แล้วย่อมไม่อาจวางตัวเช่นเดิมได้อีก
ทันใดนั้น เขาเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาหยุดเดินและถามว่า “ท่านปรมาจารย์ อย่างนั้นผู้หญิงคนนั้นที่ท่านบอก ก็ไม่ใช่มนุษย์จริงๆ หรือ?”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขา “หรือเจ้าคิดว่าข้าพูดเล่นกันเล่า?”
มู่หลิงสีหน้านิ่งค้างไป “หากเป็นเช่นนี้ ผู้หญิงคนนั้นก็เก็บเอาไว้ไม่ได้แล้ว พวกเราต้องกลับไปไล่นางเพื่อกำจัดต้นตอของปัญหา”
เฟิ่งจิ่วสาวเท้าเดิน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉื่อยๆ “ข้าบอกพวกเจ้าไปแต่แรกแล้ว แต่พวกเจ้าไม่ฟังเอง เกิดอะไรขึ้นก็เป็นเรื่องของพวกเจ้าแล้วล่ะ”
พวกเขาย้อนกลับไปยังที่พัก ขณะนั้นท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดลง ครั้นกลับไปถึงที่พัก เฟิ่งจิ่วกวาดสายตาสำรวจ พบว่าผู้หญิงคนนั้นกับลูกศิษย์แซ่เฉินคนหนึ่งไม่ได้อยู่ที่นี่ นางขมวดคิ้วเล ล็กน้อย ก่อนถามว่า “ผู้หญิงคนนั้นไปไหน?”
“นางไปเก็บกิ่งไม้กับศิษย์น้องเฉินแถวๆ นี้” เผยจื่อเซวียนตอบ ก่อนหันไปมองรอบๆ “แปลก ไปก็นานแล้ว เหตุใดยังไม่กลับมาอีก?”
“แย่แล้ว!” มู่หลิงอุทาน “เร็ว! รีบตามหาเขา!”
ทุกคนเห็นสีหน้าของเขาจริงจัง จึงไม่ถามอะไร พ