งจิ่ว “เหมือน…เหมือนจะไม่ตามมาแล้วนะ พวกเราหยุดวิ่งได้หรือยัง?”
ประเดี๋ยวก็ต่อสู้ ประเดี๋ยวก็วิ่งหนี ประเดี๋ยวก็บาดเจ็บ ร่างกายของพวกนางอย่างไรก็สู้ผู้ชายไม่ได้ ตอนนี้แทบทนไม่ไหวแล้ว
เฟิ่งจิ่วหันกลับไปมองข้างหลัง ก่อนบอกว่า “หยุดพักสักหน่อยเถอะ!”
“มู่จิ่ว พวกนั้นเป็นสัตว์ร้ายชนิดใดกัน? พวกเราได้ยินแค่เสียง ยังไม่ทันเห็นตัวด้วยซ้ำ” กัวจื่อฉีถาม พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ
“แต่ฟังจากเสียงก็รู้ว่าเป็นสัตว์ที่ดุร้ายมาก แรงกดดันที่แฝงอยู่ในเสียงคำรามไม่ธรรมดาเลย” เจิ้นไห่ก็พูดพร้อมหอบหายใจเช่นกัน
เฟิ่งจิ่วครุ่นคิด ก่อนบอกว่า “เป็นสัตว์ร้ายที่ดุร้ายไม่น้อยไปกว่ามังกรหนังเหล็กเลยล่ะ ซ้ำยังมีถึงสองตัวอีกด้วย คนพวกนั้นเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายสองตัวนั่น หากไม่ตายก็คงต้อง งถูกถลกหนังออกหนึ่งชั้น”
ที่จริงนางคิดว่ายากที่จะรอดได้ นอกเสียจากพวกเขาจะบีบป้ายหยกเพื่อหนีก่อนสัตว์เทวะสองตัวนั้นจะมาถึง หากทำอย่างนั้นบางทีก็อาจมีโอกาสรอด แต่การฝึกฝนในดินแดนลับที่มีเพียง งปีละครั้ง เดาว่าหากไม่ถึงที่สุดพวกเขาก็คงไม่อยากละทิ้งโอกาสนี้ไป
ทุกคนนิ่งไปเล็กน้อย ในใจยังคงหวาดกลัวไม่หาย สัตว์เทวะสองตัวที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ามังกร