เขามองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนจะโบกมือสั่งให้ทุกคนกลับ
เห็นดังนั้นศิษย์สำนักเซียนกลุ่มนั้นก็ไม่ห้าม พวกเขาเพียงมองอีกฝ่ายเดินจากไป
กลับมายังที่พัก ณ ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นเดิม หลินอวี่ซือกับกวนเยว่พูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิด “พวกข้าผิดเอง พวกข้าไม่ระวังตัว” หากไม่ใช่เพราะพวกนางคิดว่าที่นี่ไม่มีคนอื่น จึงหัวเ เราะด้วยความเบิกบานเสียงดังเกินไป ก็คงไม่ดึงความสนใจจากคนกลุ่มนั้นมาเช่นนี้
“ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้าเลย นั่งเถอะ!” เผยจื่อเซวียนว่า ก่อนจะบอกให้พวกนางนั่งลง
“คนกลุ่มนั้นมาจากสำนักเมืองมรกต”
มู่หลิงกล่าว เขาพูดกับทุกคนว่า “พวกเขามีวรยุทธ์ไม่ธรรมดา หนำซ้ำยังพักอยู่ไม่ห่างจากเรามาก พวกเราควรระวังตัวไว้หน่อย อีกอย่าง สำนักเมืองมรกตมีนักปรุงยาและนักเล่นแร่แปรธาต ตุมากมาย พวกเขาเชี่ยวชาญการใช้ยา เราอยู่ให้ห่างจากพวกเขาไว้ดีกว่า”
“อืม” ทุกคนรับคำ เพราะท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว จึงเตรียมตัวพักผ่อน
ทางด้านพวกของเฟิ่งจิ่วกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิรอบกองไฟ โดยมีคนคอยเฝ้าระวังอยู่รอบๆ ในขณะที่ห่างออกไปไม่ไกล คนพวกนั้นก็นั่งรอบกองไฟอยู่เช่นกัน พวกเขากำลังย่างเนื้อสัตว์ร้า ายที่ล่ามาได้ ส่งผลให้มีกลิ่นหอมลอยออกมา
“พวกเจ้าจะ