ห็นดังนั้น แม้ในใจจะหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็ยังคงมีสำนึกและควบคุมตนเองได้ ไม่อยากทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นเขา ด้วยเหตุนี้จึงนั่งพักอยู่ที่เดิม
หลินเฉิงจิ่นที่กำลังนั่งหลับตาทำสมาธิขมวดคิ้ว เขาลืมตาแล้วตะคอกเสียงดัง “ใครน่ะ!”
เขาตะโกนเสียงดัง กวนเยว่กับหลินอวี่ซือตกใจ รีบหยิบเสื้อมาสวม ทางเผยจื่อเซวียนได้ยินเสียงหลินเฉิงจิ่นตะโกน รีบลุกขึ้นพุ่งตัวไปทางนั้นทันที
ชายคนนั้นที่กำลังแหวกหญ้าเพื่อเดินไปดูให้แน่ชัดยังไม่ทันเห็นสองคนที่อยู่ในน้ำ ก็เห็นเงาร่างหนึ่งโฉบพุ่งเข้ามา เขาถูกถีบกระเด็นออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว
“อั๊ก!”
ชายคนนั้นร้องคราง หมายจะลุกขึ้นมา แต่กลับถูกหลินเฉิงจิ่นเหยียบจนติดพื้น ยังไม่ทันตั้งตัว หมัดหนักๆ ก็ถูกเหวี่ยงเข้ามาที่ดวงตาของเขา
“เจ้าโจรใจทราม!”
เสียงก่นด่าด้วยความเดือดดาลดังขึ้น ตามด้วยหมัดหนักๆ และเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้น ในเวลานี้เอง ผู้ฝึกตนสิบกว่าตนล้อมวงเข้ามา “ปล่อยเขานะ!”
“ใครน่ะ!”
พวกมู่หลิงเองก็ล้อมวงเข้ามาเช่นกัน ชั่วนาทีนั้น คนสองกลุ่มประจันหน้ากัน บรรยากาศตึงเครียด ด้านนั้นหลินอวี่ซือกับกวนเยว่รีบสวมเสื้อผ้าแล้วเดินออกมา เส้นผมเปียกปอนที่แนบแผ่นหลังยัง