ิญญาณนิลพันปีหรือไม่?”
“อ้อ?” ถานฮ่าวเทียนสายตาไหวระริก จ้องพิจารณานาง ก่อนจะตอบว่า “พวกเราขึ้นไปคุยกันบนห้องส่วนตัวด้านบนเถอะ! เชิญ” เอ่ยจบ ก็ทำท่าผายมือ
เฟิ่งจิ่วเดินตามขึ้นไปข้างบน ครั้นเข้ามาในห้องส่วนตัว น้ำชาและของว่างก็ถูกยกมาวาง
ถานฮ่าวเทียนนั่งลงและรินชาให้เฟิ่งจิ่วด้วยตนเอง พลางชำเลืองมองนางก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เอ็นวิญญาณนิลพันปีเป็นยาตัวสำคัญในการรักษาเส้นชีพจร ข้าเห็นสีหน้าท่านปกติดี ไม่เหมือน นคนที่เส้นชีพจรบาดเจ็บ เหตุใดจึงอยากได้ยาตัวนี้?”
เฟิ่งจิ่วยกน้ำชาขึ้นมาจิบหนึ่งคำ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ “หอประมูลของพวกเจ้าถามเหตุผลเวลามีคนมาซื้อของด้วยหรือ?”
“ฮะๆ ย่อมไม่ใช่ เพียงถามไม่กี่ประโยคเท่านั้น เพราะข้าเป็นห่วงท่าน” เขายิ้มๆ ไม่สนใจสายตาของเหลิ่งหวาที่ติดตามเฟิ่งจิ่วมาสักนิด
เฟิ่งจิ่ววางถ้วยชาลง หยิบขนมว่างขึ้นมากินหนึ่งชิ้น ก่อนชำเลืองมองเขาพร้อมเอ่ยว่า “ข้าสนใจแค่ว่าที่นี่มีเอ็นวิญญาณนิลพันปีหรือไม่เท่านั้น”
“ไม่มี”
เขาส่ายหน้ายิ้มๆ “เอ็นวิญญาณนิลพันปีเป็นยาทิพย์ล้ำค่าขนาดไหนกัน จะหาได้ง่ายๆ ได้อย่างไร อย่าว่าแต่ที่หอประมูลของข้าไม่มีเลย แม้แต่เมืองอื่นๆ หรือแม้แต่สี่สำน