ดังขึ้นในเวลานี้เอง
เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินดังนั้นรีบกลับเข้าไปในเรือบิน นางเห็นเลือดวงกว้างบนพื้น ขณะที่ชายแซ่ฉินยังหมดสติอยู่ หน้าของเขาซีดเหมือนกระดาษ ลมหายใจอ่อนแอ
“บาดเจ็บถึงขนาดนี้เลยหรือ?” นางตะลึง นึกไม่ถึงว่าเขาจะถูกฟันจนบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ เฟิ่งจิ่วรีบก้าวเข้าไป หยิบยาเม็ดหนึ่งออกมายัดใส่ปากเขา จากนั้นก็ใช้เข็มเงินฝังลงไปเพื่อ อสกัดเส้นชีพจรบริเวณหัวไหล่ของเขาเอาไว้
คนอื่นๆ ล้อมเข้ามาด้วยความเป็นห่วง พอเห็นแผลที่ลึกจนถึงกระดูกต่างก็สูดปากด้วยความหวาดเสียว แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นหลังจากนั้นคือไม่นานเลือดที่ทะลักไหลออกมาก็หยุดลง
“เจ้าพันแผลให้เขาหน่อยก็แล้วกัน! ใช้ยาตัวนี้” เฟิ่งจิ่วยื่นยาห้ามเลือดให้ฉินซิน จากนั้นก็หันไปพูดกับคนอื่น “ทุกคนจัดการบาดแผลของตนเองด้วย”
พูดจบ นางก็บังคับให้เรือบินค่อยๆ ลงจอดบนพื้น ตั้งใจว่าจะพักผ่อนสักครู่ และจัดการศพเหล่านั้นด้วย
“เจ้าคอยดูพวกเขาไว้เถอะ! เรื่องศพและทรัพย์สินพวกนั้น ข้าไปจัดการคนเดียวก็พอ” หวันเหยียนสิบสามเอ่ยขึ้น เสนอให้นางคอยดูแลเหล่าศิษย์สำนักเซียน
เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเบาๆ คอยสังเกตสถานการณ์บนเรือบิน นางพบว่าบาดแผลของคนอื่นค่อนข้างเบา