ได้ชัดว่าวรยุทธ์ไม่ธรรมดา” พวกเขาเอ่ยอย่างทอดถอนใจ ลึกๆ ข้างในสงสัยเรื่องราวของสองคนนั้นมาก เพียงแต่ ไม่มีใครรู้ว่าหญิงชุดแดงก็คือคนชุดเขียวที่พวกเขาร่วมเดิ นทางด้วยกันมาตลอด เพราะตั้งแต่เริ่มแรกก็ไม่เคยได้ยินพวกเขาเรียกกันว่าเฟิ่งจิ่วเลยสักครั้ง
พอพวกเขามาถึงชั้นล่าง เห็นเฟิ่งจิ่วกินเสร็จแล้ว จึงถามขึ้นว่า “อาวุโส พวกเราจะเริ่มออกเดินทางกันเมื่อใดหรือ” วันนี้พักผ่อนมาทั้งวันแล้ว หากนั่งเรือบิน พวกเขาก็สามารถพักฟื้นร่ างกายอยู่บนเรือบินได้ จะได้ไม่ต้องมัวเสียเวลาอยู่ที่นี่
“พวกเจ้ารีบมากหรือ?” เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองพวกเขาแวบหนึ่ง
พวกเขาอึ้งงัน หนึ่งในนั้นตอบว่า “ไม่รีบ พวกเราแค่คิดว่าหากจะออกเดินทางก็จะได้เก็บของเตรียมตัวไว้ก่อน หากอาวุโสยังมีเรื่องที่ต้องสะสางทางนี้ เชิญตามสบายได้เลย!”
“ใครบอกเจ้าว่าข้ามีเรื่องต้องสะสาง?” เฟิ่งจิ่วมองชายคนนั้นอย่างหยอกล้อ ทำเอาชายคนนั้นหน้าแดงไปถึงใบหู ก่อนจะยิ้มบอกว่า “พวกเจ้าบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ? อย่างนั้นก็พักผ่อนให้ ดีก่อนเถอะ! ตลอดทางนี้พวกเราไม่ค่อยได้พักผ่อนนัก โรงเตี๊ยมดีๆ แบบนี้ จะพักคืนเดียวได้เสียที่ไหนเล่า?”
น้ำเสียงของนางแช่มช้า แฝงรอยยิ้มระคนหยอกเย้า “ยิ่