าจากอีกด้าน ขณะเดียวกันก็สาวเท้าไปข้างหน้าอย่างแช่มช้า จ้องผู้ฝึกวิชามารที่สวมหน้ากากผีสีเขียวคนนั้น “เจ้ารู้ จักข้า? ข้าไม่รู้เลยว่าที่นี่ชื่อเสียงของข้าจะโด่งดังถึงเพียงนี้?”
นักพรตที่อยู่อีกด้านหนึ่งตะลึงตาค้างไปแล้ว เขารู้ว่าเฟิ่งจิ่ววรยุทธ์ไม่ได้อ่อนด้อยแอเลย แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ สามารถหมุนควงกระบี่ในมือได้อย่างคล่องแคล่ว งดงามน่าประทับใจ วิชากระบี่นั่นไม่ได้ด้อยไปกว่าวิชากระบี่เริงรมย์เลย
หนำซ้ำ ผู้ฝึกวิชามารคนนั้นมีวรยุทธ์ระดับผู้อาวุโสเซียนเชียวนะ นึกไม่ถึงว่าต่อหน้าเฟิ่งจิ่วฝ่ายนั้นยังต้องร่นถอย ไม่มีกำลังแม้แต่จะต่อต้านด้วยซ้ำ หรือว่าพลังของเฟิ่งจิ่วจะไม ม่ได้อยู่แค่ระดับผู้อาวุโสเซียนแล้ว?
อีกอย่าง ผู้ฝึกวิชามารคนนั้นรู้จักเฟิ่งจิ่วหรือ? ภูตหมอเฟิ่งจิ่ว? เหตุใดต้องเป็นภูตหมอเฟิ่งจิ่ว? เขาไม่ใช่ศิษย์ของสำนักดาราครามเซียนหรอกหรือ?
ตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก ผู้ฝึกวิชามารคนอื่นกำลังหันมาโจมตีเขาแล้ว เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้ฝึกวิชามารระดับผู้อาวุโสเซียนสองคนนั้น แต่กับพวกที่มีวรยุทธ์ด้อยกว่าพวกนี้ เขารับมือได้อย่างสบายๆ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรีบสะสางความคิดแล้วจดจ่ออยู่กับการต