หนาอย่างนาง ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีเลย
ทั้งสามเดินไปข้างหน้า เสียงแมลงร้องยามค่ำคืนดังตลอดทาง ท้องฟ้ามืดลงเรื่อยๆ พวกเขาอาศัยแสงสว่างอันน้อยนิดเหนือหัวเพื่อนำทาง
ยิ่งเข้าใกล้ภูเขาหยิน บรรยากาศรอบข้างก็ยิ่งเย็นเยียบ นางขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างกายเพื่อให้ความอบอุ่น พลางหันไปมองข้างหน้า เห็นดวงแสงหม่นๆ เลือนรางลอยไปลอยมาอยู่ใน นป่าทึบ ส่งเสียงโหยหวน
ทั้งสามเข้าไปในป่าทึบ ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างหน้าเห็นดวงแสงหม่นๆ เหล่านั้นก็แค่นเสียง “เจ้าพวกโสมม!” สิ้นเสียงก็สะบัดแส้หางม้า กลิ่นอายพลังวิญญาณขุมหนึ่งพุ่งออกไป
“ฟิ้ว!”
ดวงแสงสีเขียวหม่นหนึ่งในนั้นถูกโจมตีเข้า มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาทันที ส่วนดวงอื่นก็รีบแยกย้ายกันหนีอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องนั้นดังทะลุความมืดยามค่ำคืน ชายวัยกลา างคนรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
เขาหันกลับมามองเฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสาม “ข้าไม่นึกว่ามันจะร้องดังขนาดนั้น”
หวันเหยียนสิบสามยิ้มบอก “ไม่เป็นไร ป่าผืนนี้กว้างขวาง เสียงโหยหวนของผีก็ดังเป็นระยะ ไม่เป็นที่สนใจหรอก”
“อืม พวกเราเดินต่อเถอะ! พวกเจ้าตาม…อ๊าก!”
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็ร้องเหมือนไปเหยียบโดนอะไรบางอย่างเข้า