ุกวูบ เขาลูบหนวดหัวเราะแห้งๆ “ข้าจะมีความคิดชั่วๆ อะไรได้? ท่านอย่าคิดอะไรไร้สาระ ข้าพูดจริงๆ นะ!” ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ก็ได้ยินเสียงสาวเท้าเร็วๆ มาทางนี้ เขาเอียงหน้าไปมองทางนั้น ก็เห็นว่าเป็นผู้ฝึกตนสามสิบสี่คนมุ่งหน้ามาทางนี้
“นะ นี่คงไม่ได้มาเล่นงานเราหรอกกระมัง?” อาวุโสเหมยกระพริบตาปริบๆ
“ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า?” เฟิ่งจิ่วย้อนถามอย่างไม่สะทกสะท้าน มองคนพวกนั้นด้วยหางตา
“เมื่อกี้ที่ท่านบอกว่าจะให้ข้าดู ก็คือพวกนั้นหรือ? ท่านรู้ว่าพวกเขาจะไปพาคนมา?”
อาวุโสเหมยขมวดคิ้วมองคนพวกนั้น รู้สึกว่าจิตใจคนเราเปลี่ยนผันยากหยั่งถึงจริงๆ เขาไว้ชีวิตพวกนั้น เพื่อให้พวกนั้นรอด แต่นึกไม่ถึงว่าพวกนั้นกลับไปหาคนมารุมโจมตีพวกเขาเพิ่ ม เขาไม่ได้ออกมาหลายปีแล้ว โลกเปลี่ยนไปขนาดนี้แล้วหรือ?
เฟิ่งจิ่วเดินไปนั่งอยู่นอกรถลากกวางวิญญาณ เธอมองคนพวกนั้นอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ คล้ายไม่กลัวจะถูกรุมโจมตีเลยแม้แต่น้อย ก็จริง ยังไม่พูดถึงวรยุทธ์ของเธอ แค่วรยุทธ์ของอาว วุโสเหมยก็รับมือคนพวกนี้ได้สบายแล้ว
คนพวกนี้เพียงไม่นานก็พาคนกลับมาล้อมโจมตี เธอเดาว่าคงไม่ได้ขออนุญาตจากเบื้องบนมาก่อน ไม่อย่างนั้น แค่สืบ