ารยาทะลวงขั้นหรือ”
อาวุโสเจียงตะลึงงัน ชิวเฉิงไห่เองก็เงยหน้าขึ้นด้วยจิตใต้สำนึกเช่นกัน คนของตระกูลเซ่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็มองอาวุโสเจียงด้วยสายตาตะลึงเช่นกัน
“มะ…ไม่ใช่”
อาวุโสเจียงรีบอธิบาย “ข้าต้องการยาทะลวงขั้นก็จริง แต่ข้าไม่ได้คิดจะใช้โอกาสนี้เพื่อขอยาทะลวงขั้น แต่เพราะข้าอยากเจอแม่นางสักครั้งก็ยังทำไม่ได้ ฉะนั้นจึงอยากฉวยโอกาสนี้ พบหน้าแม่นางสักครั้ง จะได้มีโอกาสขอยาจากแม่นาง”
เขากล่าวก่อนจะเอ่ยอธิบายเสริมอีกว่า “ข้ามีโรคเก่า ทำให้วรยุทธ์ถดถอย ตอนนี้อายุขัยใกล้หมดแล้ว รู้ดีว่าหากไม่อาจผ่านพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปได้ หนึ่งปีหลังจากนี้ข้าต้องตายอ อย่างแน่นอน ฉะนั้นจึงอยากเข้ามาช่วย”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “นี่น่าจะเป็นความจริง”
“ไม่กล้าปิดบังแม่นางจริงๆ” อาวุโสเจียงรีบเอ่ยขึ้น
“คนที่อยากได้ยาทะลวงขั้นไม่ได้มีเพียงคนเดียว ท่านว่า ทำไมข้าต้องยกยาทะลวงขั้นให้ท่านด้วย? หรือเพราะการที่ท่านยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในวันนี้?” เฟิ่งจิ่วถาม พร้อมกับจ้องเ เขานิ่งๆ
“มิกล้า”
อาวุโสเจียงลุกขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจหนักแน่น “ข้าแค่อยากพบแม่นางสักครั้ง เพื่อให้แม่นางได้รู้ว่าข้าอยากมาขอยาด้วยใจจริง อีกอย่างขอ