ฟิ่งจิ่วที่อยู่ด้านบนได้ยินก็ยิ้ม นางยืนพิงรั้วกั้นมองสามคนที่อยู่ข้างล่าง บอกว่า “คุณชายเจียงเป็นคนเสนอให้ข้าเอาตนเองมาวางเดิมพัน ข้านับว่าฝืนใจยอมตกลงกับเขา อย่างไรเสียแค่ยาทิพย์พันปีสิบต้นกับศิลาดาราหนึ่งแสนก้อนก็ไม่คู่ควรกับข้าแม้กระทั่งนิ้วมือเดียว”
ชายชราและชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็เงยหน้ามองขึ้นไป เห็นหญิงชุดแดงคนหนึ่งยืนพิงรั้วกั้น จึงอดขมวดคิ้วไม่ได้
แม้หญิงคนนี้จะเป็นโฉมสะคราญงามล่มเมืองจริงๆ แต่ก็ไม่อาจเอาของพวกนั้นมาพนันได้ แม้มั่นใจว่าชนะแน่แล้ว แต่ได้หญิงอย่างนี้มาก็ไม่มีประโยชน์ หากข่าวลือออกไปก็มีแต่จะเป็นตัวตลกของคนอื่น
พวกเขามองหน้ากัน ก่อนจะมองหญิงชุดแดงที่อยู่ข้างบน ชายวัยกลางคนประสานมือกล่าวว่า “หลานชายข้าไม่รู้ขอบเขต จึงได้นำแม่นางมาวางเดิมพัน ล่วงเกินแม่นางแล้วจริงๆ”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ นัยน์ตาสุกใสจ้องมองคนทั้งสอง เห็นว่าชายชราเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินขั้นสูงสุด ส่วนชายวัยกลางคนเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินขั้นกลาง เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้ไม่อยากเริ่มการเดิมพันนี้ แต่กลับไม่พูดออกมาตรงๆ ทว่ากลับขอโทษและบอกว่าล่วงเกินนางแล้ว จำต้องยอมรับว่าสองคนนี้มีปัญญาในการแก้ไขปัญห