ายคนที่คอยยุแยงมองไปทางพวกเฟิ่งจิ่ว ก่อนเอ่ยขึ้นอ อีกว่า “แขกสองท่านในห้องหมายเลขเก้า ไม่ทราบว่ากล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่”
เฟิ่งจิ่วเลิกกคิ้ว เดิมทีนางไม่อยากถือสาเขาเพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่ใครจะรู้คนคนนี้ไม่ยอมจบเสียที ในเมื่อเป็นอย่างนี้ หากไม่สั่งสอนเขาสักหน่อย ก็มีแต่จะทำให้เขาคิดว่าพว วกนางรังแกง่ายไม่ใช่หรอกหรือ?
นางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถามอย่างไม่ยี่หระว่า “เจ้าอยากเดิมพันอะไร และเดิมพันอย่างไร”
ชายคนนั้นดวงตาเป็นประกาย ก่อนตอบว่า “พวกเราส่งสัตว์พันธสัญญาคู่ชีวิตออกมาสู้กันหนึ่งตัว ส่วนการเดิมพัน ข้าลงเงินหนึ่งแสนเหรียญทอง เป็นอย่างไร?”
“เดิมพันเหรียญทอง? น่าเบื่อเกินไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วพูดอย่างไม่ค่อยตื่นเต้น “หากไม่มีของเดิมพันที่น่าสนใจหน่อย การเดิมพันนี้ก็ไม่น่าสนุกแล้ว”
ชายคนนั้นสายตาไหวระริก ก่อนถามว่า “อย่างนั้นเจ้าอยากเดิมพันด้วยอะไร”
เฟิ่งจิ่วม้วนปอยผมที่สยายตรงหน้าอกเล่น ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเนิบช้า “เจ้าเป็นคนเสนอให้เดิมพัน แต่หากของเดิมพันไม่ดึงดูดความสนใจข้า ย่อมไม่จำเป็นต้องเดิมพันอะไรกันอีก ส่วน จะวางเดิมพันด้วยอะไร ก็ต้องดูว่าเจ้าจะเอาอะไรออกมาได้บ้าง”
แขกจากห้องอื่นๆ ต่างก็มอ