อวี่ยิ้มกว้าง รู้สึกว่าไม่เสียเปล่าที่ตามนายท่านออกมา
“อืม ได้กำไรก้อนน้อยๆ อย่างไรเสียพวกเราก็ไม่มีต้นทุนกิจการอะไร แค่ชมการประลองสัตว์ร้ายก็ต้องใช้เงินถึงสี่พันเหรียญทอง สิ้นเปลืองเกินไปจริงๆ” เฟิ่งจิ่วว่า ก่อนจะหยิบขนมขึ้นมากิน
“นายท่าน พวกท่านรู้ได้อย่างไรว่าสัตว์ร้ายสองตัวนั้นจะชนะ?” หลัวอวี่ถามสิ่งที่สงสัย ผู้ฝึกตนคนนั้นมีวรยุทธ์ไม่ธรรมดา แต่กลับพ่ายแพ้เสียได้ นึกไม่ถึงเลยจริงๆ
“คนคนนั้นมีอาการบาดเจ็บภายในที่ยังไม่หายดี ภายใต้การต่อสู้ที่ยาวนาน อย่างไรก็ต้องแพ้” เฟิ่งจิ่วอธิบายอย่างเนิบนาบ
เวลานี้เอง เสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก เหลิ่งหวาเดินไปเปิดประตู ครั้นเห็นว่าเป็นผู้ติดตามจึงให้เขาเข้ามา ผู้ติดตามเดินประคองถาดเข้ามาหยุดยืนข้างกายเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่ว ก่อนจะพูดอย่างนอบน้อมว่า “แขกผู้มีเกียรติ แขกหมายเลขห้าส่งสุราหอมมาให้ทั้งสองท่านหนึ่งกา รวมถึงสั่งการร่ายรำให้ทั้งสองได้ชมหนึ่งบทเพลง โปรดรับไว้ด้วยขอรับ”
เขารินสุราให้ทั้งสอง จากนั้นก็เดินไปที่รั้วกั้นก่อนจะปรบมือส่งสัญญาณ เสียงดนตรีบรรเลงดังขึ้น กรงเหล็กนิลที่เคยปรากฏอยู่ตรงกลางหายไปในพริบตา ก่อนที่ควันจางๆ จะลอยกระจายปกคลุมพ