จ้าต้องเสียเงินสี่พันตำลึงไปเปล่าๆ แล้วล่ะ”
“ฮ่าๆ แม่นางห้องหมายเลขเก้าหรือ ข้าดูแล้วเหมือนจะเป็นหญิง แม่นางจะออกมาแสดงตัวหน่อยหรือไม่เล่า”
ได้ยินเสียงหยอกล้อดังมาจากรอบๆ เฟิ่งจิ่วหันไปมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เห็นเขาสีหน้าดำคล้ำไม่พอใจจึงบอกว่า “ท่านว่า พวกเราควรเพิ่มเงินหน่อยดีหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วม้วนปอยผมเล่น ไม่รอคำตอบจากเซวียนหยวนโม่เจ๋อ นางยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อจะเล่น อย่างนั้นก็เอาให้ท้าทายหน่อย เพิ่มเงินเดิมพันไปอีกหกพันเหรียญทองก็แล้วกัน!”
หญิงสาวที่กำลังนวดขาให้เฟิ่งจิ่วตะลึงค้าง นางเงยหน้ามองเฟิ่งจิ่วอย่างอึ้งๆ หนึ่งหมื่นเหรียญทอง? คุณหนูท่านนี้รู้หรือไม่ว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทองเป็นเงินเท่าไร? หนำซ้ำ นางมาก กับคุณชายท่านนี้ไม่ใช่หรือ? ใช้เงินสิ้นเปลืองเช่นนี้ คุณชายท่านนี้จะไม่ห้ามหน่อยหรือ?
นึกมาถึงตรงนี้ นางอดหันไปมองชายชุดคลุมสีดำที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดไม่ได้ เห็นเขาเผยสีหน้าไม่พอใจ และยังขมวดคิ้วเล็กน้อย นางอดคิดในใจไม่ได้ว่า ‘ดูสิ แม้จะรักหญิงชุดแดงคน นี้มากแค่ไหน ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังไม่ชอบที่นางใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและสิ้นคิดเช่นนี้อยู่ดี’
ทว่าชั่วอึดใจต่อมา เมื่อนางได้ยินสิ่งที่ชายชุดคลุ