ขององครักษ์แปดคนนั้นอยู่ระดับเซียนเหินแล้ว ขณะที่สี่คนนั้นเป็นชายสามหญิงหนึ่ง ชายสองคนดูอายุประมาณยี่สิบห้า ส่วนอีกคนดูเหมือนจะอายุประมาณสี่สิบห้าสิบปี ส่วนหญิงสาวคนนั้นอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปดเท่านั้น แต่รูปโฉมกลับงดงามเพริศพริ้งยิ่งนัก
ในอีกด้านหนึ่ง บุรุษในชุดสีทองหรูหรา ข้างกายมีองครักษ์วัยกลางคนสองคนคอยคุ้มกัน สายตาของเขากำลังจ้องไปที่หญิงสาวนางนั้นด้วยแววตาลุ่มหลงอย่างไม่อาจละสายตา
เพราะการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายเคลื่อนเข้ามาใกล้รถม้า สายตาของชายในชุดหรูหราจึงหันมาสะดุดเข้ากับนาง แล้วก็ไม่เหนือความคาดหมาย นางเห็นประกายความตะลึงลานในความงามพาดผ่านดวงตาของเขา ถึงขั้นที่อีกฝ่ายทำท่าจะพุ่งตัววิ่งเข้ามา แต่กลับถูกองครักษ์สองคนนั้นคุ้มกันเอาไว้ก่อน
เฟิ่งจิ่วเห็นอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางปล่อยผ้าม่านลง ตั้งใจจะให้หลัวอวี่บังคับรถม้าออกไป แต่กลับรู้สึกได้ว่ารถม้าโยก หลัวอวี่กับเหลิ่งหวาที่อยู่ข้างนอกตวาดเสียงเกรี้ยว
“ลงมา!”
เสียงกระบี่และดาบปะทะกันดังขึ้นนอกรถม้า กอปรกับการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น ทำให้น้ำชาบนโต๊ะสาดกระจายไปทั่ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อขมวดคิ้ว รวมพลังวิญญาณกลางฝ่ามือแล้วซัดขึ้นไป