”
“อ้อ ที่แท้คุณชายเฟิ่งจิ่วก็ยังไม่มา” ชายชราเอ่ย ก่อนยิ้มถามอีกว่า “ไม่ทราบพ่อหนุ่มน้อยชื่ออะไรหรือ”
ใบหน้าของเหลิ่งหวาประดับด้วยรอยยิ้ม ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิ บุคลิกของเขาอ่อนโยนสง่างาม ทำให้คนไม่กล้าดูแคลน เขามองชายชราก่อนตอบว่า “ข้าแซ่เหลิ่ง เป็นพ่อ อบ้านในจวนนี้”
ชายชราประหลาดใจ รีบประสานมือคารวะ “ที่แท้ก็คุณชายเหลิ่งก็เป็นพ่อบ้าน เสียมารยาทแล้ว” อายุยังน้อยก็ได้เป็นพ่อบ้านแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดา
“พ่อบ้านเหลิ่ง ไม่ทราบคุณชายเฟิ่งจะมาถึงเมื่อใดหรือ” ชายวัยกลางคนถามขึ้น
“เรื่องนี้บอกแน่ชัดไม่ได้ ต้องดูว่านายท่านจะจัดการอย่างไร” เหลิ่งหวาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ชายวัยกลางคนจึงตอบว่า “ในเมื่อเป็นอย่างนี้ พวกข้ากลับไปก่อนแล้วกัน ข้าเอาของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาด้วย รบกวนพ่อบ้านเหลิ่งรับแทนไว้ก่อน” เขาพยักหน้า พ่อบ้านชราจึงเอาของขวัญออก กมาจากถุงฟ้าดินพลางยื่นให้
เหลิ่งหวายิ้มๆ “ได้ ข้าจะบอกนายท่านให้ว่าผู้นำตระกูลเซ่ามอบของขวัญนี้ให้”
ได้ยินอย่างนี้ ชายวัยกลางคนก็ยิ้มบางๆ หลังจากประสานมือคารวะแล้วจึงพาชายชราจากไป
ประตูใหญ่ปิดลง พวกเขาเดินกลับเข้าไปด้านใน ระหว่างนั้นตู้ฝานก็