พวกข้าในฐานะอาจารย์ เห็นทีคงจะต้องสั่งสอนพวกท่านใหม่เสียแล้ว”
“จะ…เจ้า!”
ทั้งสองโกรธจนควันออกหู หากเป็นยามปกติ จะมีใครกล้าสามหาวยอกย้อนพวกเขาเช่นนี้กัน? พวกเขาเพียงแค่ปั้นหน้าขรึม บรรดาลูกศิษย์ใต้อาณัติก็ล้วนก้มหัวคารวะอย่างว่าง่ายแล้ว
แต่ตอนนี้ เฟิ่งจิ่วผู้ที่เพิ่งจะได้พบกันวันนี้ กลับทำให้พวกเขาโกรธไม่รู้ตั้งกี่หนแล้ว ที่น่าชังที่สุดก็คือพวกเขาสองคนไม่ถนัดต่อปากต่อคำ พอถูกนางว่าอย่างนี้ก็มักจะพูดไม่ออก ทำได้เพียงข่มไฟโทสะเอาไว้เต็มอก
มู่ซินที่มาอยู่ข้างซื่อเชวียหอบหายใจ หลังจากปรับอารมณ์ เขาจ้องหน้าเฟิ่งจิ่วก่อนพูดขึ้นว่า “เจ้าอย่าได้ย่ามใจนัก ข้ายังไม่ได้สู้กับเจ้าอย่างเต็มกำลัง อีกเดี๋ยวข้า…ทำไมจู่ๆ เจ้าก็ลงมือแล้วเล่า!”
เขาสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที หน้าตาดูลนลานแตกตื่น ยังพูดไม่ทันจบ เฟิ่งจิ่วที่เดิมทียืนอยู่ห่างจากเขาหลายจั้งก็พลันถือกระบี่พุ่งเข้ามา
พลังกระบี่อันดุดันพร้อมประกายแสงสีเขียว ปลายกระบี่แหลมมีเปลวไฟลุกไหม้ นั่นทำให้เขาอดกลืนน้ำลายไม่ได้ เขาที่เป็นถึงผู้อาวุโสกลับถูกเฟิ่งจิ่วทำให้หวาดกลัวเสียแล้ว หากลือกันออกไป เขาจะมีหน้าไปเจอใครที่ไหนอีก?
ตอนนี้เอง เขาดึงอาวุธและพุ่งออกไปเ