ลายจั้งจนเกือบตกเวที โชคดีที่เขาใช้ปลายเท้าเกี่ยวขอบเวทีเอาไว้ ได้ จึงกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง
“เจ้าเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนสวรรค์ไม่ใช่หรือ ทะ…ทำไมยังเป็นผู้ฝึกพลังเร้นลับด้วย!”
ผู้อาวุโสมู่ซินถลึงตาอย่างลนลานร้อนใจ ทั้งที่ปะทะกับนางหลายกระบวนท่าแล้ว แต่ใครจะรู้ว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณของเฟิ่งจิ่วพลันแปรเปลี่ยนเป็นพลังเร้นลับ พลังเร้นลับมีกระบวนท่าอัน นทรงพลัง กอปรกับท่าร่างของนางแปลกประหลาดพลิกแพลง ทำให้เขาตั้งรับไม่ทัน ถูกสองหมัดของนางซัดเข้าอย่างจัง
หมัดสองข้างนั่นซัดใส่ร่างกายของเขา หากไม่ใช่ว่าเขามีพลังระดับเซียนสวรรค์คุ้มครองร่างกาย เกรงว่าคงกระดูกหักไปหลายท่อนแล้ว แต่แม้ว่าจะมีพลังระดับเซียนสวรรค์คุ้มกาย การโจม มตีครั้งนี้ก็ยังทำให้เลือดลมในร่างกายของเขาปั่นป่วน ส่งผลให้เขากระอักเลือดออกมา
เฟิ่งจิ่วหมุนตัวทิ้งเท้าลงบนเวที ชุดคลุมสีแดงเบ่งบานกลางอากาศราวกับดอกไม้อันน่าหลงใหล นางยักคิ้วยิ้มๆ “ใครบอกท่านว่าผู้ฝึกพลังวิญญาณไม่สามารถฝึกพลังเร้นลับได้เล่า ช่างไม่ บังเอิญเอาเสียเลย ข้าก็คือผู้ที่มีทั้งพลังวิญญาณและพลังเร้นลับในคนเดียวกัน ระวัง!”
เห็นเงาร่างของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามา มู่ซินตกใจ เขา