ลอง ที่แท้ก็มีไพ่ตายเช่นนี้ซ่อนอยู่นี่เอง แต่แม้พวกเขาจะเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนสวรรค์ขั้นสูงสุด ก็เกรงว่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้อาวุโสจากสำ ำนักเซียนอย่างพวกเขาสองคน!
เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยีมองพวกเขา ก่อนเอ่ยอย่างไม่ยี่หระว่า “ช่างไม่บังเอิญเสียเลย ช่วงก่อนเพิ่งจะทะลวงขั้นพลัง หาคู่ฝึกซ้อมไม่ได้เสียที วันนี้โชคดีไม่เบาเลยนะนี่!”
สองผู้อาวุโสได้ยินคำพูดของนางก็มุมปากกระตุก นี่คิดจะเอาพวกเขาเป็นคู่ซ้อม? เฟิ่งจิ่วคนนี้ปากกล้าไม่เบาเลยจริงๆ
“อย่างนั้นพวกข้าก็ขอดูหน่อยแล้วกันว่าเจ้าเก่งกาจขนาดไหน!” ผู้อาวุโสมู่ซินว่า พูดจบเงาร่างของเขาก็หมุนคว้างไปข้างหน้าราวกับพายุคลั่ง บรรดาศิษย์จากสี่สำนักเห็นเพียงพายุคล ลั่งลูกหนึ่งพัดเอาแรงกดดันที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพุ่งออกไป พวกเขาไม่เห็นกระทั่งเงาร่างของผู้อาวุโสมู่ซิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกระบวนท่าของเขาเลย
แต่ทว่า เฟิ่งจิ่วที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับหรี่ตาจ้องไปข้างหน้า นางมองทะลุพายุคลั่งลูกนั้นไปยังมู่ซินที่อยู่ตรงจุดใจกลาง ก่อนจะหันไปบอกเซวียนหยวนโม่เจ๋อ “ข้าขอยืดเส้นยืดสายก่อน น”
พูดจบ เงาร่างสีแดงสะดุดตาไหวออกไปราวกับลูกไฟ ขณะที่นางโฉบตัวออกไป กลางฝ่ามือสองข้าง