สสองคนนั้นมีสมบัติกองขน นาดเท่าภูเขาย่อมๆ นางอดหรี่ตาไม่ได้ ก่อนจะหันไปพูดกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อว่า “คนที่นี่ร่ำรวยกันจริงๆ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหันมองแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “วันนี้พวกเราหาเงินได้เยอะแล้ว”
“อืม ข้าก็คิดเหมือนกัน” นางยิ้มพลางพยักหน้า ไม่เพียงได้คนที่พวกเขาจะเรียกว่าลูกศิษย์เพิ่มมาสองคน ยังจะได้เงินเดิมพันกองใหญ่ ทั้งยังสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองได้อีกด้วย อื ม การต่อสู้ครั้งนี้ช่างคุ้มค่าจริงๆ
“ระวังตัวด้วย” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกำชับ
“อืม ข้ารู้” เฟิ่งจิ่วรับคำ ก่อนจะเว้นระยะห่างจากเขา แล้วหันไปมองผู้อาวุโสสองคนนั้นก่อนกล่าวว่า “เริ่มได้แล้วกระมัง”
ผู้อาวุโสองคนนั้นหันไปมองเซียนในสำนัก เซียนผู้นั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “หยุดเมื่อถึงจุดที่ควรหยุด อย่าให้ถึงแก่ชีวิต เริ่มเถอะ!” พูดจบ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าผู้อาวุโสหรือบรรดาศิษย ย์ทั้งหลายที่อยู่ข้างล่างเวทีต่างก็เงียบเสียงลง แต่ละคนกลั้นหายใจมองสี่คนบนเวที
นี่เป็นการประลองสองต่อสอง หนำซ้ำสองคนในนั้นยังเป็นผู้อาวุโสที่วรยุทธ์แข็งแกร่งที่สุดในสำนักอีก แม้จะรู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว แต่เวลานี้ก็ยังอดตื่นเต้นและตั้งตารอไม่ได้
สองผู้อาวุโสออกหน้าเอง จะเป็นการประ