อีกฝั่งโจมตีเข้ามาอย่างคลุ้มคลั่ง มีหลายครั้ง ที่เกือบถูกดาบของอีกฝ่ายแทงโดนจุดสำคัญ
เฟิ่งจิ่วยืนมองอยู่ด้านข้าง สายตาไหวระริก สีหน้าเจ้าเล่ห์มีเสน่ห์ไม่รู้หายไปตั้งแต่เมื่อใด เวลานี้เหลือเพียงความเย็นชาและโกรธเกรี้ยว
คนจากสี่สำนักที่อยู่เบื้องล่างต่างก็ตะลึงตาค้างไปแล้ว ไม่มีใครส่งเสียงออกมาสักคำ พวกเขาเห็นเพียงผู้ชายที่ชื่อเซวียนหยวนโม่เจ๋อเฉือนแก้มผู้อาวุโสคนนั้น แผลลึกขนาดนั้น เดา าว่าแม้จะหายดีแล้วก็คงจะต้องทิ้งรอยแผลเป็นไว้อย่างแน่นอน
สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงยิ่งกว่าคือ ผู้อาวุโสคนนั้นกลับเอาอาวุธออกมาต่อสู้ ทั้งยังพยายามจะใช้อาวุธเพื่อทำให้เซวียนหยวนโม่เจ๋อบาดเจ็บ? เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็กลายเป็นว่าแม้ชนะ ก็ไม่งดงามแล้วจริงๆ
“ท่านเซียน นี่ถึงเวลาต้องให้พวกเขาหยุดแล้วหรือไม่ หากปล่อยไว้อย่างนี้เกรงว่า…” ผู้อาวุโสคนหนึ่งเสนอ เขาขมวดคิ้วมองเหตุการณ์ตรงหน้า
“ไม่ต้องร้อนใจ พลังของพวกเขากำลังอยู่ในระหว่างปะทุ ให้พวกเขาสู้กันต่อเถอะ!” เซียนท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนโบกมือเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องพูดมากอีกแล้ว
เฟิ่งจิ่วหันไปมองคนเหล่านั้น เห็นแต่ละคนต่างก็กำลังชมการต่อสู้อย่างตื่นเต้น พวกเขาเห็นการต่อสู้ที่