เงาร่างสีดำไหวผ่านด้วยความเร็วดุจภูตผี ขณะเดียวกับที่หลบการโจมตีจากอีกฝ่าย ก็พลิกเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นโจมตี ทุกกระบวนท่า าล้วนดุดัน
วรยุทธ์ของผู้อาวุโสคนนั้นก็อยู่ในระดับเซียนสวรรค์เช่นกัน หลังจากประมือกันก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เขาจึงเอาพลังทั้งหมดออกมาต่อสู้ อีกทั้งการโจมตี ก็ดุดันและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เฟิ่งจิ่วยืนดูอยู่ข้างๆ นัยน์ตาสุกใสหรี่ลง ประกายเย็นชาวาบผ่าน สีหน้าของนางดูเหมือนเดิม ทว่าในใจกลับมีไอสังหารก่อตัวขึ้นแล้ว
ผู้อาวุโสสี่คนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านหนึ่ง ต่างก็อดที่จะร้อนใจไม่ได้ สองคนนี้ไม่ว่าใครบาดเจ็บก็ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น! หากผู้อาวุโสคนนั้นบาดเจ็บ ด้วยนิสัยของเขาจะต้องไม่ จบง่ายๆ แน่ แต่หากเซวียนหยวนโม่เจ๋อบาดเจ็บ เดาว่าสองคนนี้คงไม่ยอมอยู่ที่สำนักต่อ
พวกเขาไม่เข้าใจเลย เหตุใดจู่ๆ เรื่องราวก็กลายเป็นอย่างนี้ไปได้?
พวกเขาเดินมายังที่นั่งของเซียนทั้งสี่ “ท่านเซียน หากปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ค่อยดีกระมัง หากมีคนบาดเจ็บขึ้นมาจะทำอย่างไร”
“หึๆ ไม่เป็นไร การประลองย่อมมีการบาดเจ็บเป็นธรรมดา พวกเขาจะหยุดเองเมื่อถึงจุดหนึ่ง” หนึ่งในนั้นลูบหนวดเอ่ย ยิ้มก่อ