วามสงสัยให้แก่พวกเราได้หรือไม่” หนึ่งในผู้นำตระกูลเปิดประเด็นขึ้นมา
ผู้นำตระกูลหงเอ่ยยิ้มๆ “ทุกท่านมาเพราะเรื่องจวนเจ้าเมืองใช่หรือไม่”
ผู้นำตระกูลอวี๋หน้าบึ้ง ลุกขึ้นมาก่อนตอบออกไปตามตรงว่า “ถูกต้อง พวกข้ามาเพราะเรื่องจวนเจ้าเมือง”
“เรื่องนี้น่ะหรือ! ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถอธิบายรายละเอียดกับทุกท่านได้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! อีกสองวัน แค่อีกสองวัน เรื่องที่ทุกท่านอยากรู้ไม่ต้องให้ข้าบอก ทุกท่านก็จะรู้ เอง” เขาเอ่ย ไม่ได้พูดเรื่องที่พวกเขาอย่างรู้โดยละเอียด
ทุกคนสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ดูท่าทางอีกฝ่ายคงไม่คิดจะบอกรายละเอียดแก่พวกเขาอยู่แล้ว เห็นดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไรต่ออีก อย่างไรเสียหากอีกฝ่ายไม่อยากพูด พวกเขาก็ไม่อา าจบังคับได้อยู่ดี
แต่ผู้นำตระกูลอวี๋เมื่อได้ยินดังนั้น กลับลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดัง “เจ้าคนแซ่หง เจ้ายังเห็นพวกข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ พวกเรารออยู่ที่นี่ครึ่งวัน เพื่อประโยคนี้ประโยคเดียวของเ เจ้าน่ะหรือ”
“หึๆ…ผู้นำตระกูล เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้แซ่หงจะให้ความกระจ่างได้ ตอนนี้ข้ายังมีเรื่องต้องสะสาง เกรงว่าจะอยู่คุยกับทุกท่านไม่ได้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ทุกท่านเชิญกลับไปก่อ อน อีกสอ