ียงอย่างครุ่นคิด ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
พ่อบ้านที่มาด้วยกันกระซิบเรียกเบาๆ “ท่านผู้เฒ่า ภูตหมอมาแล้วขอรับ”
ได้ยินอย่างนี้ ผู้เฒ่าหงจึงค่อยได้สติ เขาหันไปมองผู้หญิงชุดแดงที่ยืนอยู่ข้างเตียง ลอบพิจารณาเงียบๆ นี่ก็คือภูตหมอเฟิ่งจิ่วหรือ?
ชุดสีแดงสะดุดตา ดวงหน้างดงามล่มเมือง กลิ่นอายสูงส่งของผู้ที่อยู่เหนือกว่า ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ล้วนไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ภูตหมอ อภัยด้วยที่ข้าไม่อาจลุกขึ้นมาต้อนรับ” เขาเอ่ยขออภัย
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ยกมือบอกว่า “ไม่เป็นไร ผู้เฒ่าหงนอนเถิด”
นางเดินมาหยุดที่ข้างเตียง นั่งลงบนเก้าอี้ที่พ่อบ้านยกมา ก่อนพูดกับผู้เฒ่าหงว่า “ข้าจะช่วยดูอาการให้ท่านผู้เฒ่าอีกครั้งก็แล้วกัน!”
ผู้เฒ่าหงกล่าว “ลำบากแล้ว” ก่อนจะยื่นแขนออกมา
เฟิ่งจิ่วยื่นมือไปวางที่ข้อมืออันผ่ายผอมคู่นั้น หลังจากที่ตรวจจับชีพจรอย่างละเอียด ก็ถามเกี่ยวกับอาการของเขาเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่งนางจึงดึงมือกลับ ก่อนเอ่ยว่า “ข้าจะฝังเข ข็มให้ท่านผู้เฒ่าอีกรอบก็แล้วกัน! อีกเดี๋ยวจะเขียนเทียบยาให้ กินติดต่อกันสองวันก็พอ”
ผู้เฒ่าหงเผยสีหน้าซาบซึ้ง “ครั้งนี้โชคดีที่ได้ภูตหมอช่วยไว้จริงๆ หากไม่ได้ภูตหมอ เกรงว่าข้าอายุปูน