องเวินสือเหนียนยกขึ้นเป็นมุมโค้ง
เขาโทรหาเลขา น้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย ราวกับบทนำก่อนพายุเข้า “กลับบ้าน”
……
เฝ่ยไป๋ลู่กลับมาถึงบ้านแล้วจึงได้ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ เธอนั่งสมาธิเงียบ ๆ ชดเชยพลังงานและปราณวิญญาณที่ใช้ไปหลายวันนี้กลับคืนมา
เมื่อเฝ่ยไป๋ลู่ออกจากสมาธิก็เห็นงูน้อยสีดำตัวยาวหนึ่งฟุตนอนเมาแอ๋อยู่บนพื้น
งูตัวนี้เติบโตมาโดยได้รับปัญญาจนมีจิตวิญญาณ แต่สภาพก็ไม่ต่างอะไรจากงูทั่ว ๆ ไป ผิวไม่หยาบไม่อ้วน ขี้อายและอยากรู้อยากเห็นไปหมด เวลาตกใจก็จะแค่ร้องไห้เท่านั้น ดวงตาเล็กเท่าถั่วเหลืองสีดำทะมึนคู่นั้นราวกับสระน้ำเล็ก ๆ ดูเหมือนจะทำให้เธอเจ็บตา
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่เธอนั่งสมาธิ มันจะเข้ามาดูดปราณวิญญาณของเธออย่างไร้ยางอาย ดูดเสร็จแล้วก็จะดูเหมือนงูขี้เมา
หากอยู่ในโลกแห่งเทพเจ้า งูชนิดนี้ไม่มีคุณสมบัติจะเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของเธอด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม มันได้กลืนหยดเลือดหัวใจเธอลงไป ทำยังไงก็ไม่คายออกมา และหยดเลือดก็ได้ผสมผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างของมันไปแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกได้ถึงความผูกพันบาง ๆ จากตัวงู จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเลี้ยงมันไว้ข้างกาย เพื่อปกป้องไม่ให้มันออกไปทำร้ายผู้อื่น เพราะไม่อย่างนั้นจะเป็นการทำร้ายตัวเองด้วยการเพิ่มเคราะห์กรรมโดยใช่เหตุ
เฝ่ยไป๋ลู่วางงูไร้ประโยชน์ที่กำลังเวียนหัวเพราะปราณวิญญาณไว้บนตะกร้าที่แขวนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งนี่คือรังที่มันรักมากที่สุด
ท