ืมไปแล้วหรือว่าบนตัวเจ้ามีห้วงมิติล้ำค่าที่มีโลกอีกใบอยู่ข้างในน่ะ?”
เฟิ่งจิ่วเบิกตากว้างด้วยความตะลึง “ท่านหมายความว่า เอาพวกเขาใส่ในห้วงมิติ จากนั้นก็พาไปด้วย?”
“อืม หากใช้ห้วงมิติก็สามารถพาพวกเขาไปได้ แต่แม้จะเป็นพวกเหลิ่งซวงเหลิ่งหวาที่ภักดีกับเจ้าอย่างสุดหัวใจ เจ้าก็ห้ามให้พวกเขารู้เรื่องห้วงมิติเด็ดขาด ฉะนั้นแม้จะพาพวกเขาเข ข้าไปในห้วงมิติ ก็จำต้องทำขณะที่พวกเขาไม่มีสติสัมปชัญญะแล้วเท่านั้น”
เธอมีห้วงมิติอันล้ำค่าอยู่กับตัว หนำซ้ำห้วงมิตินั้นยังไม่ใช่ห้วงมิติธรรมดา แม้จะเป็นคนสนิทก็ให้พวกเขารู้ไม่ได้
เฟิ่งจิ่วตบหัวตัวเอง “จริงด้วย! ทำไมข้าโง่ขนาดนี้เนี่ย? ลืมเรื่องนี้ไปเลย แล้วยังเอาแต่กังวลไม่เลิก ข้านี่โง่จริงๆ โง่มาก”
เธอตบหัวตนเอง แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มอย่างมีความสุขขึ้นมา “อย่างนั้นหากพวกเราไปทางนั้น ข้าก็สามารถพาพวกเขาไปด้วยได้แล้วน่ะสิ”
นาทีนี้ เธอรู้สึกดีใจเกินจะบรรยายได้ ปีนั้นผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาจารย์ของเธอได้มอบของขวัญชิ้นนี้ไว้ให้เธอ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเธออย่างขำขัน เอ่ยว่า “อย่างนั้นเจ้าก็หาเวลาเลือกคนที่จะพาไปด