” เซี่ยเหยียนหัวเราะในลำคอ กล่าวว่า “พวกเราเดินไปด้วยคุยไปด้วยก็ได้”
“ก็ดีเหมือนกัน” ด้วยเหตุนี้ พวกเขาทั้งสามตระกูลจึงได้เริ่มเดินทางกลับพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน ณ มุมหนึ่งของป่า เฟิ่งจิ่วที่ขี่กระบี่บินออกมาหยุดเดินทางชั่วขณะ เธอนั่งอยู่บนต้นไม้มองผู้ฝึกตนสิบกว่าคนที่ไล่ตามมาข้างหลัง
“ตามมาจนถึงที่นี่เชียว พวกเจ้าก็ช่างไม่รู้จักยอมแพ้เลยสินะ!” เธอนั่งอยู่บนกิ่งไม้ ขาข้างหนึ่งยืดตรง อีกข้างหนึ่งชันขึ้น มือข้างหนึ่งวางลงบนเข่าข้างที่ชันขึ้นอย่างผ่อ อนคลาย มือข้างหนึ่งกำลังหมุนใบไม้เล่น
ดวงตาสุกใสสะท้อนแววเย็นชา กลีบปากหยักโค้งเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยยิ้มที่ทำให้เธอดูเฉื่อยชาทว่ามีเสน่ห์ เธอนั่งอยู่บนต้นไม้อย่างนั้น มองผู้ฝึกตนสิบเจ็ดสิบแปดคนที่ล้อมรอบเ เธอ
“เฟิ่งจิ่ว! เอาบัวเขียวโบราณออกมาให้พวกเราเสีย!”
ในนั้น ผู้ฝึกตนระดับผู้อาวุโสเซียนสองคนจ้องเธอด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะตวาดเสียงเกรี้ยว น้ำเสียงเย็นเยียบเหี้ยมโหด
เฟิ่งจิ่วกวาดสายตามองผู้ฝึกตนสิบกว่าคนนั่น ก่อนที่สายตา