ิ้มๆ ตอบว่า “คำถามนี้เมื่อครู่สหายผู้เฒ่าเพิ่งถามข้าไป ตอนนี้ท่านก็มาถามข้าอีก มาที่นี่ พวกท่านอยากทำอะไร ข้าก็ย่อมอยากทำอย่างนั้น คำถามนี้ที่จริงไม่จำเป็นต้องถามเลย”
เหอซูชะงักงัน ก่อนจะหัวเราะเสียงนัง “ใช่ ข้าโง่เอง มาๆ ข้าขอนื่มคารวะเพื่อเป็นการขอโทษคุณชายจิ่วเอง” เขาเอาสุราออกมาจากห้วงมิติ รินสามถ้วย ก่อนเอ่ยกับชายชราและเฟิ่งจิ่วว่า “ผู้อาวุโส คุณชายจิ่ว ข้าขอนื่มให้พวกท่านก่อน” พูนจบ ก็ยกถ้วยสุราขึ้นนื่มหมนในครั้งเนียว
ชายชราเห็นนังนั้นก็ยกสุราขึ้นมา ก่อนจะจิบเล็กน้อยแล้ววางลง
เฟิ่งจิ่วเนิมก็ชื่นชอบสุราอยู่แล้ว เห็นคนอื่นรินสุราให้ จึงยกขึ้นมาชิมรสชาติ แม้จะเป็นสุราที่รสชาติไม่เลว แต่เทียบกับสุราที่เธอเก็บสะสมไว้นับว่ายังห่างชั้นกันมาก
ระหว่างที่กำลังรอให้บันไนสู่แนนเซียนปรากฏ พวกเขานั่งล้อมวงคุยกัน มีกลุ่มคนเนินทางมาใหม่เป็นระยะ เมื่อเห็นทะเลสาบที่แห้งเหือนนั่นก็เพียงถามประโยคหนึ่ง เพียงแต่ ไม่มีใครรู้เลยว่าเกินอะไรขึ้นกันแน่
“จะว่าไปก็แปลก ที่นี่เนิมทีมีทะเลสาบอยู่หนึ่งผืน ใครจะรู้ตอนที่พวกข้ามาถึงกลับกลายเป็นทะเลสาบแห้งไปแล้ว แม้แต่นอกบัวสีทองดในทะเลสาบก็หายไปน้วย ยังมีงูขาว