เรื่องอย่างนี้โดยไม่คิดหน้าคิดหลังก่อน
แม้พวกเขาจะไม่ได้รู้จักเฟิ่งจิ่วดี แต่กลับรู้ว่าตระกูลหร่วนไม่ได้เจตนาดีกับเขา เดาว่าเขาเองก็คงไม่ปรานีตระกูลหร่วนเช่นกัน คนที่สามารถกำราบสัตว์เทวะให้สยบแทบเท้าได้ คนที่สามารถทำให้ผู้เฒ่าตระกูลกัวมาเยือนถึงจวนได้ พวกเขาไม่คิดว่าหากเขาบันดาลโทสะขึ้นมาจริงๆ แล้วตระกูลหร่วนจะรับมือไหว
คุณหนูหร่วนสี่ที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังคุณหนูหร่วนสามได้ยินคำพูดของพ่อนาง แพขนตาที่หลุบต่ำกระพือสั่น ร่างกายก็สั่นเทาเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น นางไม่กล้าเงยหน้า เอาแต่ก้ม มหน้าก้มตาอยู่อย่างนั้น
“หึๆ…”
เสียงหัวเราะในลำคอทำลายบรรยากาศแปลกๆ นี่ เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสุกใสกลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม มีเพียงความเยือกเย็นและเย้นหยัน
“ล่วงเกิน? จะว่าไปแล้วก็ใช่ ทำไมข้าถึงได้ลืมคำว่าล่วงเกินสองคำนี้ไปได้นะ! ผลลัพธ์จากการล่วงเกินผู้แข็งแกร่งไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะรับไหวหรอกนะ”
“เจ้ารู้แล้วก็ดี!” ผู้นำตระกูลหร่วนเอ่ยเสียงเข้ม ยืนเอามือไพล่หลัง สายตาจับจ้องใบหน้าของเฟิ่งจิ่ว “ว่าอย่างไร? เจ้าอยากถูกควักตาตัดมือ? หรือจะเป็นทาส?”
“ข้าไม่เอาทั้งสองอย่าง” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแช่มช้า หรี่ตาเล็