้างในแล้ว หลังจากที่สองปู่หลานเห็นชายหนุ่มสวมหน้ากากในชุดสีแดงกำลังนั่งพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย พวกเขาประหลาดใจ พวกเขาคิดว่าคนที่สามารถกลั่นยาเช่นนี้ขึ้นมาได้ จะต้องเป็นชายชราแน่ๆ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนหนุ่มเช่นนี้
“ท่านนี้ก็คือภูตหมอ” ผู้ดูแลแนะนำ ก่อนจะทิ้งห้องส่วนตัวไว้ให้พวกเขาสามคน ส่วนเขากับชายชราก็ถอยออกไป
“เชิญนั่ง” เฟิ่งจิ่วกล่าว น้ำเสียงเกียจคร้านแฝงแววเย็นชา
ยามได้ยินเสียงนั้น สองปู่หลานสะดุดใจขึ้นมา รู้สึกว่าเสียงนั้นคุ้นหูมาก ราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
“เรื่องเกี่ยวกับบันไดสู่แดนเซียน พวกท่านรู้มากน้อยแค่ไหน?” เฟิ่งจิ่วถาม สายตาจับจ้องไปที่ผู้เฒ่ากัว
ทั้งสองนั่งลง ผู้เฒ่ากัวมองเฟิ่งจิ่ว เล่าเรื่องเกี่ยวกับบันไดสู่แดนเซียนให้เฟิ่งจิ่วฟัง สุดท้ายก็พูดว่า “แม้บันไดสู่แดนเซียนจะมีแค่ผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิเซียนขึ้นไปได้ แต่ปีนั้นข้าเองก็เคยขึ้นครั้งหนึ่ง เพียงแต่ยังเดินไปไม่ถึงด่านก็ถูกดีดออกมาแล้ว”
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นของสิ่งหนึ่งที่เอาออกมาจากแขนเสื้อให้เขา “ภูตหมอ พวกเราต้องการจะแลกยานั้นด้วยใจจริง นี่ก็คือแผนที่บอกเส้นทางไปยังบันไดสู่แดนเซียน บนนั้นยังมีเรื่องสำคัญ