องการอะไร?”
“ข้าขอคิดดูก่อน ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันก็แล้วกัน!” เธอสาวเท้าเดินไปข้างหน้า พลางมองไปรอบๆ ก่อนจะถอนหายใจ “เสี่ยวซือ มาทางนี้ เด็ดต้นนี้เสีย”
เพียงเวลาประมาณหนึ่งก้านธูป พวกเขาก็กลับมาหาทุกคนพร้อมกับกอดสมุนไพรมากมาย คนที่เหลือไม่รู้จักสมุนไพรพวกนั้น จึงเห็นเพียงพวกเขาเด็ดหญ้ากลับมาด้วย จึงอดประหลาดใจไม่ได้
“ในหมู่พวกเจ้าน่าจะมีคนรู้วิชาแพทย์อยู่กระมัง? รู้หรือไม่ว่าควรจัดการของพวกนี้อย่างไร?” เฟิ่งจิ่วถาม พลางกวาดสายตามองพวกเขา
“ข้ารู้” ชายวัยกลางคนเก็บความประหลาดใจไว้เงียบๆ ก่อนจะหันไปกำชับลูกหลานตระกูลกัว “ตำสมุนไพรให้ละเอียดแล้วเอามาทาบนแผล เหล่านี้ล้วนเป็นสมุนไพรห้ามเลือดและลดการอักเสบ”
ได้ยินชายวัยกลางคนว่าอย่างนั้น ทุกคนจึงรีบขยับตัวทันที
“เฟิ่งจิ่ว เจ้าช่วยดูผู้อาวุโสสูงสุดก่อนเถอะ!” กัวซิ่นหยิงเอ่ย
เฟิ่งจิ่วจึงเดินไปทางชายชราที่นอนหมดสติอยู่ตรงนั้น เห็นคนพวกนั้นบ้างก็บาดเจ็บบ้างก็ล้มตาย แม้ชายชราหมดสติอยู่ กลับถูกพวกเขาปกป้องไว้อย่างดี เห็นได้ชัดว่าลูกหลานตระกูลกัวรู้ถึงความสำคัญของเขาเป็นอย่างดี
“อวี้ถัง มาช่วยหน่อย” เฟิ่งจิ่วเรียก เธอให้กัวซิ่นหนิงถอดเสื้อตัวบนของชายชราออก