่อสู้ด้วยมือเดียวอีก ทำให้มีเรี่ยวแรงมีจำกัด หลังจากสู้อยู่พักหนึ่ง เรี่ยวแรงค่อยๆ ถดถอย ความเร็วในการโจมตีและป้องกันเริ่มลด ดลงไปตาม
ครั้นเห็นหมาป่าอสูรดุร้ายตัวหนึ่งกระโจนเข้ามา เขาตกใจจนหน้าซีด แต่ในเวลานี้เอง เขาเห็นกระบี่แหลมในมือเฟิ่งจิ่วพุ่งแทงออกไป ทะลุร่างกายของหมาป่าอสูร ก่อนจะสะบัดโยนทิ้ง ม มองดูคนที่ยืนบังอยู่ข้างหน้าตนเอง หัวใจของเขาเต้นโครมคราม หอบหายใจคำโตๆ
เขานึกว่า เขานึกว่าจะต้องตายแน่แล้ว
“อยู่ชิดต้นไม้ ยืนอยู่ข้างหลังข้าแล้วพักก่อน” เฟิ่งจิ่วพูดโดยไม่หันกลับมามอง ยืนปกป้องพวกเขาจากอันตรายอยู่ข้างหน้า
สำหรับเขา หมาป่าอสูรพวกนี้ไม่นับเป็นอะไร เพียงแต่เคราะห์กรรมที่คนของตระกูลกัวประสบในครั้งนี้ เธอกลับไม่ได้คิดจะช่วยพวกเขา หนึ่งเพราะพวกเขาก็มีพลังต่อสู้ที่ไม่เลว การต่อสู ครั้งนี้เดาว่าอาจจะได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ถึงกับตายแน่นอน ในอีกด้านเพราะด้วยฐานะในตอนนี้ของเธอ หากทำเรื่องอย่างนั้นจริงๆ ย่อมต้องดึงดูดสายตา