ต่ที่น่าแปลกคือด้านหน้ามีรถม้าเจ็ดแปดคัน จอดกีดขวางทางสัญจรอยู่
“ฮูหยิน ข้างหน้าไปไม่ได้แล้ว รถม้ากีดขวางทางไป จะลงตรงนี้หรือไม่?” เธอหันกลับไปถาม จากตรงนี้เดินไปข้างหน้าก็เพียงสามจั้งกว่าเท่านั้น จอดรถม้าไว้แถวๆ นี้ก็นับว่าสะดวกด้วย
“ก็ได้ ลงตรงนี้ก็แล้วกัน!” หญิงงามออกมาก่อน หลังลงจากรถม้าก็เอ่ยกับเฟิ่งจิ่วว่า “เจ้าจอดรถไว้แถวๆ นี้ กำชับคนเฝ้าประตูตระกูลหร่วนให้พวกเขาดูแลสักหน่อยก็พอ อีกเดี๋ยวให้ซือซือตามข้า เจ้าก็ติดตามอวี้ถังแล้วกัน!”
เฟิ่งจิ่วพยักหัวรับคำ “ขอรับ”
เธอจอดรถม้าให้เรียบร้อย กำชับคนเฝ้าประตู จากนั้นก็เดินตามพวกเขาเข้าไปข้างใน คอยติดตามเซี่ยอวี้ถังเหมือนเป็นเด็กรับใช้ เงยหน้ามองไปข้างหน้า ก็เห็นฮูหยินคนงามกำลังคุยกับฮูหยินจากรถม้าอีกคันอยู่ พวกนางพูดคุยหยอกล้อตลอดทาง
เธอละสายตากลับมา มองสำรวจรอบๆ แวบหนึ่ง เห็นว่าในตระกูลหร่วนแห่งนี้หรูหราโอ่อ่าไม่เบา นับได้ว่าเทียบเคียงกับเรือนหลักของตระกูลเซี่ยได้เลยทีเดียว แค่รอบๆ ทางเดินเล็กๆ ที่ทอดสู่เรือนหลัง ก็มีองครักษ์ลับคอยเฝ้าอยู่หลายคนแล้ว
งานเลี้ยงของนายหญิงใหญ่ตระกูลหร่วนจัดที่เรือนด้านหลัง เด็กหนุ่มและเด็กสาวถูกแยกให้อยู่คน