จะเอ่ยว่า “ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า” เอ่ยจบ เขาก็ทำท่าจะก้าวเข้าไปในห้อง ใครจะรู้ เฟิ่งจิ่วที่ยืนพิงขอบประตูอยู่กลับดึงเขาไว้
“มีอะไรก็พูดกันตรงนี้”
หลิงเทียนอวี่หงุดหงิดเล็กน้อย “เข้าไปพูดกันข้างใน!”
เฟิ่งจิ่วถอยหลังหนึ่งก้าว ทำท่าจะปิดประตู ส่วนหลิงเทียนอวี่ที่เห็นอย่างนั้นก็รีบเอื้อมมือออกไปขวางไว้ จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยความโกรธ “เจ้าอย่าได้ทำตัวไม่รู้ดีชั่ว! ข้ามาเพราะมีเรื่องจะบอกเจ้า!”
“ว่ามาเถอะ!”
เห็นเฟิ่งจิ่วยืนขวางอยู่หน้าประตู หลิงเทียนอวี่สูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ข้ามาบอกเจ้าว่า เจ้าถูกคนจับตาดูอยู่ ข้างนอกมีผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งเฝ้าอยู่ทั้งวัน หนึ่งในนั้นมีระดับวรยุทธ์ที่แม้แต่ข้าก็มองไม่ออก”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ชำเลืองมองเฟิ่งจิ่ว เห็นเธอยักคิ้วมองเขาอย่างประหลาดใจเล็กน้อย แล้วเขาก็กล่าวต่อว่า “เจ้าอย่าได้คิดมากไป ข้ายังไม่ถูกชะตากับเจ้าอยู่ดี แต่ท่านพ่อของข้ากำชับไว้ว่าห้ามข้ามาหาเรื่องเจ้าอีก ที่ข้ามาบอกเจ้าก็เพราะอยากให้เจ้ารู้ คนพวกนั้นไม่ใช่คนของข้า เจ้าจะได้ไม่ต้องสงสัยมาถึงตัวข้า”
“อ้อ? ที่แท้ก็ไม่ใช่คนที่เจ้ามาหรือ!” เธอพยักหน้า สีหน้าเหมือนกระจ่างแจ้ง
เ