ักยกมุมปาก เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา “ตอนนี้เจ้าเป็นทาสของข้า ทำไมเล่า? ทาส เจอเจ้านายไม่ต้องคารวะตามธรรมเนียมหรือ?”
หลิงเทียนอวี่ได้ยินก็หน้าเปลี่ยนสี เขาผงะถอยหลังจ้องเฟิ่งจิ่วอย่างหวาดระแวง “ที่นี่เป็นบ้านของข้า! เจ้าอย่าได้เกินไปมากนัก!”
“เกินไปหรือ? ข้าไม่เห็นรู้สึกอย่างนั้นเลย!” เธอยิ้มๆ หยิบของว่างชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน พลางเอ่ยว่า “มา รินเหล้าให้ข้า”
แทบจะในขณะที่สิ้นเสียงสั่งของเฟิ่งจิ่ว หลิงเทียนอวี่เดินเข้ามาโดยควบคุมตนเองไม่ได้ ขณะที่ใจเขาเกิดความรู้สึกต่อต้าน ตรงหว่างคิ้วก็ราวกับมีหนอนนับพันนับหมื่นตัวกำลังช ชอนไชกัดกิน ทรมานจนแทบเสียสติ
“มัวยืนอึ้งอะไร? ยกสุรามา!” เขาตะคอกใส่องครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยเสียงเย็นๆ
องครักษ์คนนั้นรีบสั่งให้คนยกสุรามา หลังจากยกเข้ามา หลิงเทียนอวี่รินสุราให้เฟิ่งจิ่วด้วยตนเอง ราวกับเด็กรับใช้ที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆ
เจ้าเมืองที่ได้ยินเรื่องรีบสาวเท้ายาวๆ มาที่ห้องโถงใหญ่ ยามเห็นเหตุการณ์ในห้อง เขาแทบหมดสติเพราะความโมโห เขาสูดหายใจลึกๆ