คนเดียวอีก?”
เอ่ยจบ เธอหันไปมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อโดยสัญชาตญาณ ไปเพียงลำพัง อย่างนั้นก็หมายความว่าเขาไปด้วยไม่ได้? นี่ต้องการจะแยกพวกเขาสองคนออกจากกันงั้นหรือ?
“เกาะเซียนเฝิงไหล?” โม่เฉินชะงักเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ที่แห่งนี้ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด”
“เอ๊ะ? ที่อยู่ด้านหลังนี้คือแผนที่หรือค่ายกล?” เธอบังเอิญเห็นแผนที่ค่ายกลภาพหนึ่งที่ด้านหลัง ลักษณะซับซ้อนดูยาก
เซวียนหยวนโม่เจ๋อรับไปดู ขมวดคิ้วเล็กน้อย “นี่คือแผนที่ในค่ายกล หากต้องการรู้เส้นทางแผนที่ในค่ายกล ต้องแก้ค่ายกลแล้วค่อยดูภาพ หากเดาไม่ผิด เส้นทางแผนที่ที่แก้ได้ ก็น่าจะเป็นแผนที่เกาะเซียนเฝิงไหล”
“อาจารย์ของท่านไม่ได้บอกหรือว่าให้ข้าไปทำอะไรที่นี่?” เฟิ่งจิ่วถามโม่เฉิน
“ไม่ได้บอก” โม่เฉินรับคำ ก่อนเอ่ยว่า “แต่อาจารย์ของข้าทำอะไรต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว ในเมื่อเขาให้เจ้าไปที่นั่น ข้าคิดว่าเขาคงมีเหตุผล”
น้ำเสียงของเขาชะงักงัน เอ่ยอย่างครุ่นคิด “หนำซ้ำที่แห่งนี้ข้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน เกรงว่าจะไม่ใช่ที่ธรรมดา”
เห็นอย่างนี้ เฟิ่งจิ่วหันไปมองเซวียนหยวนโม่