จะเห็นเขาหันตัวเดินออกไป
“เจ้านอนก่อน ข้าออกไปสั่งงานสักหน่อย”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อบอก ก่อนจะออกไปกำชับอิ่งอีให้สั่งคนไปสืบเรื่องนี้ให้แน่ชัด ครั้นเขากลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เห็นนางหลับไปแล้ว จึงไปอาบน้ำก่อน หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดเสร็จ จึงกลับมาในห้อง ถอดเสื้อตัวนอกออกแล้วนอนลงข้างกายนาง
ยามจื่อผ่านพ้นไป ค่ำคืนดึกสงัด จู่ๆ เซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับลืมตาแล้วมองเฟิ่งจิ่วที่อยู่ในอ้อมแขน “อาจิ่ว? อาจิ่ว? เจ้าเป็นอะไรไป”
ในห้องไม่ได้ใช่เทียนไขเพื่อให้ความสว่าง แต่ใช้ไข่มุกราตรี แสงสว่างนุ่มนวลไม่แยงตา เวลานี้ ท่ามกลางแสงสว่างนวลตาของไข่มุกราตรีที่ส่องสว่างอยู่ เขาเห็นเฟิ่งจิ่วมีเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก สีหน้าแดงเรื่อ กลีบปากกลับซีดขาว
เขารีบลุกขึ้น สวมเสื้อคลุมแล้วตะโกนออกไปข้างนอก “อิ่งอี! ไปเรียกโม่เฉินมา!”
อิ่งอีที่เฝ้าอยู่ข้างนอกได้ยินก็รีบรับคำสั่งทันที “ขอรับ!” อิ่งอีโฉบกาย มุ่งหน้าไปยังจวนน่าหลันทันที
ในลานบ้านอีกแห่งหนึ่งของจวน ตอนนี้อสูรกลืนเมฆารู้สึกไม่ค่อยสบายตัว มันเกลือกกลิ้งร่างกายไปกับพื้น ปากก็เปล่งเสียงร้องครวญคราง ทำให้คนในจวนแตกตื่น
พวกเหลิ่งหวากับตู้ฝานรีบมาดู เห็นมันเกล