ช่วยชีวิตพวกเจ้าไว้หรือไม่” ผู้นำตระกูลสือถาม สายตาจับจ้องไปที่เงาร่างสองร่างที่ห่างออกไปแล้ว พวกเขาเห็นชายหนุ่มเอียงหน้าพูดคุยกับหญิงสาวข้างก กาย และรู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มอยู่รางๆ
“ขอรับ เป็นพวกเขา” เฉียวอี้นั่วเอ่ย “พวกเขาต้องเร่งเดินทาง ฉะนั้นจึงไม่ได้รั้งอยู่ที่จวนต่อ”
ผู้นำตระกูลคนอื่นๆ พยักหน้า ประสานมือกล่าวอำลา ส่วนผู้นำตระกูลสือครุ่นคิดเงียบๆ เนิ่นนานก็ตบหัวตนเอง “ข้านึกออกแล้ว”
เขาหันไปมองผู้นำตระกูลเฉียว “ถึงว่าคุณชายท่านนั้นดูคุ้นตานัก ได้ยินพวกเจ้าบอกว่าเขาแซ่กวน? หนึ่งปีก่อนข้าเคยไปเมืองร้อยนที ตอนนั้นบังเอิญเห็นเขาจากที่ไกลๆ คนคนนี้ ก็คือกวนสีหลิ่น พี่ชายบุญธรรมของกวนสีหลิ่นไม่ใช่หรือ!”
พ่อลูกตระกูลเฉียวมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนที่ผู้นำตระกูลเฉียวจะถามว่า “ท่านรู้จักหรือ”
“ดูคล้ายอยู่เจ็ดแปดส่วน” เขาเอ่ยอย่างครุ่นคิด หันไปมองสองพ่อลูกตระกูลเฉียว “พวกท่านไม่รู้ตัวตนของเขาจริงหรือ”
เฉียวอี้นั่วเงียบแทนคำตอบ ผู้นำตระกูลเฉียวกลับยิ้มเอ่ยว่า “เขาก็ไปแล้วไม่ใช่หรือ รู้หรือไม่รู้ ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว”
ผู้นำตระกูลสือได้ยินคำตอบก็สะดุดใจ ยิ้มเอ่ยว่า “ก็จริง ตอนนี้พูดไปก็ไม่มี