มเยียนถึงหน้าประตูเป็นแน่ อีกอย่างก็คือ เขาจะไปวันนี้แล้ว และพวกเขาก็ตั้งใจว่าจะออกเดินทางพาท่านผู้เฒ่าไปยังเมืองร้อยนทีเพื่อรอภูต หมอกลับเมืองหลังจากที่กวนสีหลิ่นไปแล้วก็
ด้วยเหตุนี้ วันนี้เขาจึงดื่มชาอย่างใจลอย
“สหายเฉียว? สหายเฉียว?” ผู้นำตระกูลสือประหลาดใจเล็กน้อย รู้สึกได้ว่าวันนี้เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คล้ายไม่ได้ฟังพวกเขาพูดเลย
ผู้นำตระกูลเฉียวได้สติ หันไปมองเขา ยิ้มเอ่ยว่า “น้องชายสือ มีอะไรหรือ”
“สหายเฉียว ทำไมข้ารู้สึกว่าวันนี้ท่านใจลอยนักเล่า หรือมีเรื่องอะไรรบกวนจิตใจ หากเป็นเช่นนี้ ไม่สู้พูดออกมา หากพวกข้าช่วยได้จะต้องช่วยแน่”
“ฮะๆ ไม่มีๆ” ผู้นำตระกูลเฉียวยิ้มโบกมือ พลางวางถ้วยชาในมือลง “เป็นเพราะข้าตั้งใจจะให้อี้นั่วออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าพักนี้ข้างนอกมีผู้ฝึกวิชามาร เกลื่อนกลาดไปทุกที่ จึงไม่ค่อยวางใจเท่านั้น”
“อ้อ? สหายเฉียวจะให้อี้นั่วออกไปฝึกฝนข้างนอกหรือ”
“ก็ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก เพียงแต่มีกิจการบางแห่งเกิดปัญหา อยากให้เขาไปจัดการ” เขายิ้มๆ หันไปมองพวกเขา ถามว่า “อาการบาดเจ็บของเหล่าหลานๆ ดีขึ้นบ้างหรือไม่”
“เจ้าหนูบ้านข้าไม่ได้บาดเจ็บมากนัก เป็นแค่แผล