กอย่างแรงดังขึ้น เฟิ่งจิ่วกระอักเลือดถลาลอยไปข้างหลังอย่างเสียศูนย์ โชคดีพวกฮุ่นหยวนจื่อที่อยู่ข้างหลังประคองเธอไว้
“สู้ต่อไปไม่ได้แล้ว!”
ฮุ่นหยวนจื่อจ้องเฟิ่งจิ่วด้วยสีหน้าหนักใจ “หากสู้ต่อไปร่างกายเจ้าจะทนรับไม่ไหว อีกอย่าง สู้ต่อไปอย่างนี้ก็ตัดสินแพ้ชนะไม่ได้อยู่ดี! ตอนนี้เขาหมายตาเจ้า เรื่องสำนักดาราจักรเจ้าไม่ต้องสนใจแล้ว รีบไปเสียเถอะ!”
เดิมทีเขานึกว่าเฟิ่งจิ่วจะต้องรับมือเจ้าแห่งมารได้แน่ แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าแห่งมารที่มีวรยุทธ์ระดับจักรพรรดิเซียนตั้งแต่ร้อยปีก่อน ยามนี้พลังจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้
เฟิ่งจิ่วถูกฝ่ามือซัดจนรู้สึกเจ็บที่หน้าอก เธอกุมหน้าอกร้องครวญ เอ่ยว่า “รับไม่ไหวก็ต้องสู้! หากข้าหยุดแค่นี้ เขาจะยิ่งไม่ยอมรามือ!”
สำหรับเจ้าแห่งมาร ความเป็นความตายของคนอื่นไม่เกี่ยวกับเขา แม้ผู้ฝึกวิชามารที่เป็นลูกน้องเขาตายไปก็ไม่ต่างกัน ไม่อาจทำให้เขาสะเทือนได้แม้แต่น้อย
เวลานี้ เฟิ่งจิ่วที่กำลังสู้กับเจ้าแห่งมารไม่รู้เลยว่า ห่างจากที่นี่ไม่ไกล เงาร่างสีดำร่างหนึ่งกำลังยืนเอามือไขว้หลังอยู่บนกระบี่บิน มุ่งหน้ามาทางนี้
เสื้อคลุมสีดำพลิ้วสะบัด ดวงหน้างดงามแข็งกร้าวแสดงออกถึงจิตใจที่ร้อนรนดั่งลูกธนู