งจนพูดอะไรไม่ออกแม้แต่ครึ่งประโยค ได้แต่มองเด็กหนุ่มที่ยามนี้สีหน้าเรียบเฉย ท่าทางเฉื่อยชาเกียจคร้านคนนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ
ส่วนผู้ฝึกวิชามารเจ็ดแปดคนที่เดินตามมาเมื่อเห็นผู้ฝึกวิชามารสี่คนข้างหน้าถูกฆ่า ก็อดตะลึงไม่ได้ ฝีเท้าของพวกเขาชะงัก จ้องชายวัยกลางคนชุดเทาอย่างหวาดระแวง
ในสายตาของพวกเขา คนที่สามารถสู้กับผู้ฝึกวิชาระดับเซียนเหินได้ก็มีแค่ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินชุดเทาคนนี้ แต่ใบหน้าที่ค้างเติ่งของเขานั่นมันอะไรกัน เขามองชายหนุ่มชุดเขียวข้างหลังนั่นด้วยหน้าตาตกตะลึงทำไมกัน
มีเพียงผู้ฝึกวิชามารระดับเซียนเหินขั้นสูงสุดที่เหลือเพียงคนเดียวที่เมื่อเห็นเหตุการณ์ ก็ผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว จ้องชายชุดเขียวที่ยืนอยู่ข้างหลังอย่างระแวดระวัง ถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก “เจ้าเป็นใคร!”
เพราะตรงนั้นมีกันแค่สี่คน เขาจึงไม่ได้ลงมือด้วย แต่กลับนึกไม่ถึง ผู้ฝึกวิชามารระดับเซียนเหินสี่คนทันทีที่โจมตีก็ถูกเด็กหนุ่มคนนั้นฆ่าแล้ว! พลังระดับนี้ ฝีมือระดับนี้ ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน!
“พวกเจ้ายังมัวยืนอึ้งอะไรอยู่ จะสู้กับพวกเขาไม่ใช่หรือ” เฟิ่งจิ่วไม่สนใจผู้ฝึกวิชามารระดับเซียนเหินคนนั้น เพียงหันไปเอ่ยกับสามคนข้า