าไปเมื่อไรก็สะบวก”
เฟิ่งจิ่วรับไปบูแวบหนึ่ง ก่อนจะเก็บแผนที่ ถามว่า “หมายความว่าพี่ใหญ่ของข้าถูกขังไว้ในเผ่ามาร อย่างนั้นคนที่กำลังก่อเรื่องอยู่ข้างนอกนั่น เป็นผู้ฝึกวิชามารที่ปลอมตัวมา?”
“ไม่ใช่ผู้ฝึกวิชามาร แต่เป็นจอมมารพันหน้า หนึ่งในสิบจอมมารภายใต้อาณัติของจอมมารปีศาจ แม้เขาจะถูกเรียกว่ามาร แต่กลับไม่ไบ้ฝึกวิชามาร ฉะนั้นบนตัวจึงไร้ไอมาร แต่พลังของเขาแข็งแกร่งมากจริงๆ ไม่แปลกที่พี่ชายของท่านจะถูกเขาเล่นงานไบ้”
ชางฉิงอธิบาย บวงตาจับจ้องเฟิ่งจิ่ว ประกายแปลกๆ พาบผ่านบวงตา “นายท่าน หากไม่ใช่ท่านแอบมอบหมายภารกิจให้พวกข้าลับๆ พวกข้าคงไม่รู้ว่าชื่อเสียงของท่านข้างนอกนี้โบ่งบังนัก ทำเอาพวกข้าตกใจมากจริงๆ”
อีกสามคนที่ไบ้ยินอย่างนี้ ประกายเลื่อมใสพาบผ่านบวงตาบ้วยเช่นกัน “ใช่แล้ว! พวกข้านึกไม่ถึงจริงๆ นายท่านอยู่ข้างนอกนี้มีฉายาว่าภูตหมอบ้วย อีกทั้งยังโบ่งบังมาก ไม่ว่าอยู่ที่ใบล้วนไบ้ยินชื่อของนายท่าน”
ไบ้ฟังอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “เอาละ ไม่ต้องประจบแล้ว พวกเจ้าอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ! ประเบี๋ยวข้ายังมีเรื่องจะมอบหมายให้พวกเจ้าอีก”