งเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ ก่อนจะขยับไปข้างๆ เฟิ่งจิ่ว กระซิบว่า “เขาว่าจะแข่งชนะสองในสามกับพวกเรา ทำไมข้าถึงคิดว่าความคิดนี้ไม่เลวเลยเล่า!”
ยิ่งไปกว่านั้น เขารู้สึกเหมือนกำลังหลอกคนด้วยการแสร้งเป็นหมู เพื่อหลอกกินเสือ นาทีนี้ เขาถึงขั้นรู้สึกเข้าใจความรู้สึกเวลาที่แต่ก่อนเฟิ่งจิ่วมักหลอกคนอยู่บ่อยๆ แล้ว
เขาแทบอดใจไม่ไหวที่จะได้เห็นพวกเขาแพ้ และทำหน้าราวกับไม่อยากเชื่อ
เฟิ่งจิ่วตบหลังทารกในอ้อมแขนเบาๆ มุมปากเผยอยิ้ม สายตาประกายวาบวับจับจ้องไปที่ผู้นำตระกูลหลัว เอ่ยว่า “ข้าก็คิดว่าความคิดนี้ไม่เลวเหมือนกัน รับข้อเสนอได้”
ผู้นำตระกูลหลัวได้ยินก็ตาเป็นประกาย เขาจ้องทั้งสามคนแวบหนึ่ง จากนั้นก็รีบโบกมือ ตะโกนออกคำสั่ง “ดี! ทุกท่านล้วนได้ยินกันถ้วนหน้า ขอให้ทุกท่านร่วมเป็นพยานด้วย!”
เหล่าผู้นำตระกูลเร้นลับที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งได้ยินก็มองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะรับคำ “ก็ได้ อย่างนั้นพวกข้าจะเป็นพยานให้ก็แล้วกัน!”
ส่วนเหล่าคนรุ่นหลังของตระกูลเร้นลับพวกนั้นกลับมองพวกเฟิ่งจิ่วสามคนเหมือนกำลังรอดูเรื่องสนุก ในสายตาของพวกเขา นี่เป็นการแข่งขันที่ไม่มีวันชนะ ไม่รู้จริงๆ ว่าเหตุใดสามคนนั้นจึงยอมเข้าร่วมการแข่ง