ไม่ใช่รึ”
“คนที่เจ้าแต่งงานด้วยเจ้ารู้จักได้อย่างไร” เฟิ่งจิ่วยิ้มถาม
“ก็…”
เขาพยายามคิด เพียงแต่ กลับรู้สึกปวดหัวมาก ในสมองราวกับมีเสียงพูดซ้ำๆ วนไปวน มา ทำให้เขาหน้ายับด้วยความทรมาน และครางเสียงต่ำ
“อึก!”
เฟิ่งจิ่วอุ้มเด็กถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชายชราก้าวเข้าไปประคองเขา “เอาละๆ หยุดร ร้องได้แล้ว พวกข้าแอบเข้ามานะนี่”
จัวจวินเยวี่ยค่อยๆ ใจเย็น ไม่พยายามคิดอีก คนฉลาดอย่างเขา ย่อมรู้สึกได้ว่า ตนเองผิดปกติ ด้วยเหตุนี้ เขาหันไปถามเฟิ่งจิ่ว “ข้าเป็นอะไรไป ทำไมข้านึกไม่ออก ว่าคนที่ข้าจะแต่งงานด้วยหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วก็นึกไม่ออกด้วยว่าข้ากับนางร รู้จักกันได้อย่างไร หากพยายามนึก ข้าก็ปวดหัวราวกับสมองจะระเบิด”
“นั่นสิ! เขาเป็นอะไรไป” ตาเฒ่าเองก็ถามเฟิ่งจิ่วด้วย
“น่าจะถูกดัดแปลงความทรงจำ” เธอตบหลังเด็กทารกในอ้อมแขนเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสี ยงนุ่มนวล “ตระกูลหลัวเป็นตระกูลเร้นลับ ย่อมมีวิธีการอยู่บ้าง สามารถดัดแปลงคว วามทรงจำเจ้าได้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก”
เธออธิบาย อยู่ดีๆ จะเปลี่ยนไปจนแปลกประหลาดขนาดนั้นได้อย่างไรกัน ที่แท้ปัญหาก ก็อยู่ตรงนี้เอง ความทรงจำของเขาไม่ได้สับสนวุ่นวาย เพียงแต่ความทรงจำบางส่วนถูก ดัดแปลง หน