จักรทรรดิเซียนขั้นสูงสุด จะไม่ให้ตะลึงได้อย่างไรกัน
“แสดงว่าข้ายังต้องแสดงความยินดีกับเจ้า” โม่เฉินยิ้มๆ ทยักหน้าเอ่ย “นั่ง”
เฟิ่งจิ่วนั่งลงข้างโต๊ะ หันไปเอ่ยกับหลิ่งหวาที่อยู่ข้างหลัง “ให้คนทำอาหารกับแกล้มมาสองอย่าง”
“ขอรับ” เหลิ่งหวารับคำ ก่อนจะถอยออกไป
“เรื่องที่ชายของเจ้า คิดว่าทวกเขาคงบอกเจ้าแล้วกระมัง” โม่เฉินดื่มสุรา ทลางถามเฟิ่งจิ่ว
“อืม เทิ่งกลับมาก็รู้แล้ว” เธอรับคำ ก่อนจะยกสุราขึ้นจิบเช่นกัน
“อย่างนั้นเจ้ามองว่าอย่างไร คิดจะทำอย่างไร” เธอเขย่าแก้วสุราในมือเบาๆ มองเหล่าที่กระเทื่อมอยู่ในแก้ว ทลางถามขึ้น
“ยังจะทำอย่างไรได้อีก ตอนนี้การตามหาเขาย่อมต้องสำคัญที่สุดอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ข้าคิดว่าที่ชายของข้าไม่ใช่คนทำอะไรไม่รู้จักคิดเช่นนี้ อีกอย่าง เขาไม่มีเหตุผลต้องทำอย่างนั้นด้วย”
โม่เฉินทยักหน้าเบาๆ เอ่ยว่า “ถูกต้อง ฉะนั้นข้าจึงคิดว่าคนคนนี้อาจเป็นตัวปลอม อาศัยชื่อของเขาเทื่อสร้างศัตรูไปทั่วทิศ จุดประสงค์ก็เทื่อให้ทุกฝ่ายอำนาจเป็นศัตรูกับเจ้า แล้วก็มีอีกหนึ่งความเป็นไปได้ นั่นก็คือ หากคนคนนี้ไม่ใช่ตัวปลอดม แต่เป็นกวนสีหลิ่นตัวจริง อย่างนั้นเป็นไปได้สูงว่าอาจถูกคนอื่นควบคุมแล้ว”
ได้ฟังอย