้พวกเจ้าจะไม่มีใครรอดไปได้สักคน!” แพรป่วนฟ้าในมือเฟิ่งจิ่วตวัดพุ่งออกไป คมกริบน่าหวั่นเกรงดุจกระบี่ ผ้าแพรสีแดงตวัดม้วนออกไปพร้อมกับกลิ่นอายพลังขุมหนึ่งและแรงกดดันของสัตว์เทวะโบราณ ตบลงบนร่างกายของจอมมารดังเพียะ
“อึก!”
เขาร้องครางขณะร่างกายถอยหลัง เลือดกระอักออกจากปาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ปากก็พึมพำว่า “กลิ่นอายของสัตว์เทวะโบราณ! เหตุใดจึงมีกลิ่นอายของสัตว์เทวะโบราณ เจ้าเป็นใครกันแน่!”
“คนที่ฆ่าเจ้าได้!”
สิ้นเสียงของเฟิ่งจิ่ว เงาร่างสีแดงหายวับและปรากฏตัวอีกครั้ง เมื่อแพรป่วนฟ้าตวัดพุ่งออกไป เสียงเปลวไฟพลันลุกพรึ่บ พุ่งใส่จอมมารโดยอาศัยแรงจากแพรป่วนฟ้า
จอมมารรวบรวมพลังหมายจะปัดป้อง แต่กลับพบว่าพลังวิญญาณในร่างกายจู่ๆ ก็หายไป เขาตะลึง ฆเพียงใจลอยแวบเดียว เปลวไฟก็ลุกลามทั่วร่าง ไหม้ลามไปถึงเส้นผมของเขา…
“อ๊าก!”
เสียงเผาไหม้และกลิ่นอันไม่น่าพิสมัยลอยมาแตะจมูก ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการถูกไฟเผาทำให้เขากรีดร้องอย่างทรมาน ตบดับไฟบนตัว รีบถอดเสื้อคลุมออกด้วยความแตกตื่น ฝ่ามือกลายเป็นมีดตัดผมมัดหนึ่งทิ้งทันที
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
สภาพน่าสมเพชทำให้เขาคำรามด้วยความเคียดแค้น สองมือกำหมัดแน่น