ารเธอไว้ ร่างกายของเธอพุ่งขึ้นสูงเหนือฟ้าเพราะหลุดพ้นจากพันธนาการนั่น
ชุดสีเขียวเปื้อนเลือด ทั่วเต็มมีแต่บาดแผล ทว่าเธอในเสี้ยวเวลานี้ ทั่วร่างกลับปกคลุมไปด้วยแรงกดดันของปราชญ์เซียนขั้นสูงสุดและแรงกดดันของสัตว์เทวะโบราณผสมผสานกัน กลายเป็นพลังอันน่าครั่นคร้ามขุมหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วก้มหน้ามองเสื้อสีเขียวบนตัวที่ถูกบาดเฉือนจนขาดวิ่น นัยน์ตาไหวระริก ฉีกเสื้อสีเขียวบนตัวทิ้งลงไปข้างล่าง ขณะเดียวกัน ก็หยิบเสื้อสีแดงสะดุดตาตัวหนึ่งออกจากห้วงมิติมาใส่ ปกปิดบาดแผลบนร่างกาย และปกปิดเลือดที่ย้อมจนแดงไปทั้งตัว
ทว่า ชุดสีแดงที่สะดุดตานั่น กลับทำให้เธอยิ่งดูโดดเด่น โดยเฉพาะกลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งที่อยู่เหนือกว่าที่สะท้อนอยู่ตรงหัวคิ้วนั่น ทั้งแข็งแกร่งและแข็งกร้าว มั่นใจและเย่อหยิ่ง
“ต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ ไม่อย่างนั้นข้าคงปลดผนึกนี้ไม่ได้แล้ว” กลีบปากของเธอขยับเล็กน้อย เปล่งเสียงออกไปอย่างเนิบช้า แต่กลับลอยเข้าไปกระทบโสตประสาทของผู้ฝึกวิชามารอย่างชัดเจน
ผู้ฝึกวิชามารระดับผู้อาวุโสเซียนนั่นมองเด็กหนุ่มชุดเขียวที่ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคนด้วยความตะลึงพรึงเพริด เบิกตากว้างจ้องมองเขา กลิ่นอายสัตว์เทวะโบราณของอีกฝ่าย