งร้องไห้ดังมารางๆ
“เจ้าหก เจ้าหกตื่นสิ เจ้าหก…”
ได้ยินเสียงร้องไห้ ทุกคนรีบเร่งฝีเท้า ไม่นานก็มาถึงถ้ำที่ค้อนข้างใหญ่ห้องหนึ่ง พวกผู้นำตระกูลรีบสาวเดินเข้าไปดู ส่วนเฟิ่งจิ่วกลับมองสำรวจรอบๆ
ถ้ำนี้ห่างจากพื้นดินประมาณหนึ่ง แม้จะเป็นปราชญ์เซียนขั้นสูงสุด หรือกระทั่งผู้อาวุโสเซียน เดาว่าก็คงไม่อาจสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวและกลิ่นอายข่างล้างนี้ พวกเขาลงหลักซ่อนตัวที่นี่ นับว่าเป็นสถานที่ที่ดี เพียงแต่ ถึงอย่างไรก็เป็นใต้ดิน อากาศอับชื้น อาศัยอยู่เป็นเวลานานไม่ดีต่อสุขภาพ
หันตัวกลับมา มองไปข้างหน้า เห็นว่านอกจากชายหญิงอายุยี่สิบสามสิบกลุ่มหนึ่ง ยังมีเด็กอีกเจ็ดแปดคน เด็กที่โตสุดอายุประมาณสิบห้าปี เด็กที่อายุน้อยสุดประมาณหกเจ็ดขวบ เด็กพวกนี้ล้วนหน้าซีดลมปราณวุ่นวาย บนเตียงยังมีเด็กหนุ่มอายุสิบสามปีนอนอยู่ เวลานี้หายใจรวยริน
“เจ้าหก เกรงว่าเจ้าหกจะทนไม่ไหวแล้ว” ผู้นำตระกูลเห็นเด็กหนุ่มบนเตียงหินมีสภาพร่อแร่ อดดวงตาแดงก่ำขึ้นไม่ได้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้น
ครั้นได้ยินอย่างนั้น เหล่าเด็กๆ ต่างพากันร้องไห้ขึ้นมา พวกผู้ใหญ่เองก็ได้แต่ก้มหน้าน้ำตาไหลอย่างเศร้าโศก
เห็นพวกเขาต่างก็ลืมเธอไปหมดแล้ว เฟิ่งจิ่วชะ